narawan's profilei'm a bytePhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
April 16 กลับมาแล้วววกลับมาแล้วจ้า
จากโคราช ถึงกรุงเทพ
ไม่ลำบากอย่างที่คิด
มีสงกรานต์ดีๆกับเค้าเหมือนกันปีนี้
(ถึงแม้เรตติ้งจะตกไปหน่อย
ปีนี้ไม่ค่อยเปียกเลย เพราะอยู่แต่กะบ้าน
แต่ก็สนุกเพราะเจอญาติเยอะแยะ
ประเดนสำคัญ
แฮปปี้ดีจ้า April 12 NETติดเนตที่บ้านใหม่แล้วล่ะ (ในที่สุด)
เดือนนี้หมดเงินไปเยอะมาก
ข่าวดีคือ
ติดเนตแล้ว
ข่าวร้ายหลังจากติดเนตสองวันคือ
คอมเสีย ซะงั้น
แหม๋...ทำไปได้
เซ็งกว่าเดิมเพราะนอกจากจะเสียเงินติดเนตแล้ว
ยังต้องเสียเงินซื้อคอมมาใช้เนตให้คุ้ม เพราะไม่งั้นจะเสียตังค์ค่าเนตฟรีๆ
คิดได้เนอะ November 26 คนๆนี้ กำลังมีความสุขช่วงนี้ มีความสุข ทั้งเรื่องงาน เรื่องเงิน เรื่องฟามร๊ากกกกก Happy จังเลย....... March 19 เย้ๆเย้...ในที่สุดก็อัพได้ ไม่ใช่ไรหรอก...ใช้เครื่องแมคแล้วมันอัพไม่ได้อ่ะ ไม่รู้เป็นอะไร ก็เลยต้องมานั่งพีซีอัพจนในที่สุดก็พิมพ์ได้แล้ว ไชโย! อยากจะเล่าเรื่องไปงานแต่งพี่เก๋ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วละล่ะ จนกว่าจะอัพได้ก็บัดนี้นี่เอง เวลาก็ผ่านไปตั้งอาทิตย์ซะแล้ว มันก็คงไม่ได้อารมณ์สดเหมือนแรกๆที่อยากจะเขียนหรอกมั๊ง แต่ลองอ่านดูละกัน ผู้ร่วมเดินทาง : แนน ไบท์ พี่ติ พี่เต้ พี่วี พี่ดา พี่จุ๊ พี่ฝน พี่ปิง พี่เทป (คิดว่าแค่นี้นะ) วันที่ 11 มีค.50 ตื่นตีสี่ ไบท์กะแนนอาบน้ำแต่งตัวไปรอพี่ติที่อนุเสาวรีย์ตีห้า แต่พี่ติติดต่อไม่ได้ เราก็นั่งเปลี่ยวกันอยู่สองคน กอดหมอนที่เป็นของขวัญให้พี่เก๋ด้วย ดูประหลาดสุดๆ รออยู่นาน พี่ติติดต่อมาอีกทีก็ตีห้าครึ่ง บอกเพิ่งตื่น!!! โอ้ว แล้วบ้านพี่ติอยู่สมุทร( ) อะไรซักอย่างรู้แต่ว่าไกลว่ะ กว่าจะมาถึง แล้วนี่ที่เราตื่นเช้ากันเพราะต้องไปถ่ายรูปงานเช้าตอน 7 โมงไม่ใช่เร๊อ!!! แล้วจะทันมั๊ยน่ะห๊า สระบุรีนะคับ ไม่ใช่รังสิตจะได้ออกหกโมงกว่าก็ทันน่ะฮะ แต่ไม่เป็นไรหรอก ขำๆ ถึงเกือบทัน (ไม่ทันอยู่แล้วล่ะ) รถคันที่ไปด้วยกันก็มีพี่เต้ แนน ไบท์แล้วก็มีพี่ติเป็นคนขับคับ การเดินทางราบรื่นม๊าก ถ้าไม่นับที่พี่ติขึ้นทางด่วน แล้วนึกอยากจะจูบกับเกาะกันถนนทางแยก(แต่เบรคทันไปเส้นยาแดงพอดี๊ ไบท์นั่งข้างหน้าตื่นเต้นตัวเกร็งฉี่เกือบแตก 555) แล้วก็ถ้าไม่นับที่ฝ่าด่านเก็บค่าทางด่วน(มีเสียงหวอดังแล้วพี่ติก็เบรคตัวโก่งลงไปจ่ายตังค์) แล้วก็ถ้าไม่นับ......แฮะๆสรุปว่ามันไม่ได้ราบรื่นใช่มั๊ยอ่ะ เราถึงบ้านพี่เก๋ที่สระบุรีกันโดยสวัสดิภาพ(?) ตอนประมาณ 8 โมง พี่ติก็มีภาระกิจถ่ายรูปให้พี่เก๋ทันที เพราะพระท่านกำลังจะให้พรพอดี แล้วพวกเราที่ไปถึงก็ได้รับการต้อนรับอย่างดีด้วยข้าวปลาอาหารล้านแปด พร้อมด้วยการเปิดวงสนทนาของบรรดาป้าๆลุงๆอักษรรุ่น34 ที่นานๆทีจะโคจรมาพบกัน ญาติๆของพี่เก๋ก็เลี้ยงดูปูเสื่อเราอย่างดี (แต่พี่ติก็ต้องวิ่งไปมาเหงื่อซกถ่ายรูปอยู่นั่นเอง) งานผ่านไปอย่างราบรื่น(เหมือนการขับรถของพี่ติ) มีเสียงคนบอกให้เอานู่นมาไว้ที่นี่เอานี่มาไว้ที่นั้นกันให้ระงม แต่ที่เด็ดสุดคือเจ้าสาว ด้วยความเป็นสาวอักษร ชีจึงบันดาลได้ทุกสิ่ง 555 ดูเป็นออแกไนซ์ที่ชำนาญงานตัวจริงเลยทีเดียว โดยรวมแล้วงานให้บรรยากาศที่อบอุ่น แล้วก็ได้สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนของจริงคับ อ่อ..พี่เก๋สวยมากในชุดไทยสีครีม ดูไท๊ยไทย สมกับเป็นสาวอักษรเอกไทยเลยเชียวล่ะ เสร็จงานช่วงเช้า พวกเรา(พี่ติ พี่ดา พี่เทป พี่เต้ แนน ไบท์) ก็ชวนกันไปเที่ยว ก่อนที่จะกลับมางานรอบเย็นอีกครั้ง ตอนแรกว่าจะไปเขื่อนป่าสักฯ แต่จากที่เคยไปมา ต้นไม่ยังโตไม่ทันให้หายร้อนแน่ๆ แล้วอากาศวันนั้นก็ร้อนตับแตก เราจึงเลี่ยงกันไปน้ำตกเจ็ดสาวน้อย แล้วก็ว่าจะเลยไปกินไอติม "อืม...มิลค์" (ที่ไบท์เคยเล่าให้ฟังแล้ว)ให้หายร้อนกันซะหน่อย ว่าแล้วก็ออกเดินทาง (คราวนี้ไบท์ขอขับเองละกันนะพี่ติ) เราไปเจ็ดสาวน้อยกันด้วยความงงงง เพราะไบท์เองเคยไปแต่ก็จำทางไม่ค่อยได้ แต่ก็รู้ว่าจะมีป้ายบอกตลอดทางอยู่แล้วเลยไม่กลัวเท่าไหร่ ทางไปน้ำตกเจ็ดสาวน้อยนี่เราจะสามารถแวะไปดูอุโมงค์ต้นไม้ได้ด้วย เห็นพี่เทปบอกอยากเห็น ไบท์ก็เลยนำทางไปอุโมงค์ต้นไม้ก่อน (แต่พี่เทปที่ขับรถตัวเองตามไป...หายไปไหนก็ไม่รู้ไบท์ พี่ติ แล้วก็แนน เลยขับไปดูอุโมงค์ต้นไม้อยุ่คันเดียวซะงั้น) อุโมงค์ต้นไม้...ใครเคยไปมั่ง ไบท์จำไม่ได้ว่าเคยไปนะ ตอนแรกนึกว่าจะเป็นต้นไม้ใหญ่ๆ แล้วเค้าเจาะอุโมงค์ให้รถลอดผ่านได้ เหมือนที่เมืองนอกไง แต่อันนี้ไม่ใช่ล่ะ เราขับเข้าไปลึกมาก...ลึกจนตอนแรกนึกว่าจะหลงซะแล้ว...แล้วอยู่ดีๆก็เจอ มันเป็นช่องภูเขาสูงประมาณ สามเมตร แล้วบนนั้นก็มีต้นไม้โน้มเข้าหากันสองข้างทาง เหมือนอุโมงค์ ถ้ามาตอนหน้าฝนต้นไม้คงจะเขียวครึ้มกว่านี้มาก เพราะที่เราไปเห็นมีแต่กิ่งก้านไม่มีใบให้เห็นเลย ถ่ายคลิปมาเหมือนกันนะจากมือถืออ่ะ เห็นเป็นขาวๆไปหมดเพราะถ่ายในรถมองๆแล้วเหมือนวินเทอร์ มีหิมะปกคลุมไรงี้...เป็นไงเวอร์มะ จากนั้นก็ไปน้ำตกกันต่อ รถพี่เทปมาถึงก่อนพักนึง เราลงไปดูน้ำตกกันแค่ชั้นเดียว คนเยอะแยะไปหมด เพราะวันนั้นวันอาทิตย์ เทียบแล้วก็คงเหมือนเด็กไปเที่ยวสวนน้ำที่เดอะมอลล์มั๊ง แต่นี่เป็นผู้ใหญ่ แล้วก็มีวงเหล้าเยอะมาก น้ำดูไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่เสียงจากวงเหล้านั้นตีกับวงเหล้านี้ทั่วไปหมดแหละ แต่ก็น้ำเยอะดีนะ ลมเย็นดีด้วย เรานั่งกันพักนึง ก็รู้สึกว่าทำอะไรมากไปกว่านั้นไม่ได้ เพราะชุดก็ไม่ได้เอามาเปลี่ยน เบาะรถก็กำมะหยี่ เล่นน้ำไม่ได้ เลยไปดีกว่า ออกจากที่นั่นเราก็ไปกินไอติมกัน อืมมิลค์ ก็ยัง อืมมมม เหมือนเดิมแหละ มีความสุขจังเลย กลับมางานแต่งพี่เก๋ช่วงเย็น มีพี่ปิง พี่ฝน พี่จุ๊ พี่วี มาสมทบ พี่ปิงพยายามจะมอมเจ้าบ่าวด้วยเหล้าครึ่งแก้วผสมโซดา แต่ไม่สำเร็จเพราะเจ้าบ่าวโชว์ ซดรวดเดียวแบบทองไม่รู้ร้อน(ย้อมใจ) เจ้าสาวก็อยู่ในชุดขาวเฉิดฉายประหนึ่งนางพญา ตามสไตล์พี่เก๋เค้าล่ะ อิอิ หลังจากเลิกงานพี่ๆรุ่น34 เค้าตั้งใจจะค้างโรงแรมที่สระบุรี(กินเหล้า) สังสรรค์กันต่อเพราะไม่ได้เจอกันนาน ไบท์ก็เลยเสนอบ้านที่ปากช่องให้เป็นตัวเลือก พี่ๆก็เห็นดีด้วย(ไบท์เลยลางานวันจันทร์แบบสายฟ้าแลบ) เราขับรถไปประมาณ 1 ชัวโมงก็ถึงปากช่อง พอไปถึง อาชาย เจ้าของบ้านสวนสวยก็เตรียมมุมสวีทวีดวิ้วไว้รอรับที่ชานบ้าน เปิดไฟแสงส้มๆ กับมุมโต๊ะกลมไม้สัก พร้อมกับแก้วคว้ำไว้รอหกใบ พี่ๆชอบกันใหญ่(ไบท์ดีใจสุดๆ อิอิ) แต่เราเลือกจะตั้งวงกันที่ลานกว้างข้างล่างเพราะกลัวรบกวนเจ้าของบ้านด้วยสิงสาราสัตว์ซะก่อน บรรยากาศบ้านสวนวันนั้น ไบท์ว่าดียิ่งกว่าปกติ เพราะความครึกครื้นของพี่ๆ(เสียงหัวเราะเต็มที่ที่บ้านนี้ขาดหายไปนาน) ท่ามกลางร่มไม้ร่มรื่น คลองที่ไหลผ่านหลังบ้านทำให้เย็นสดชื่นตลอดเวลา บ้านทรงไทยเหนือยกใต้ถุน (อยากเห็นบ้านเต็มๆก็ลองดูในรูปเก่าๆในสเปสนี้แหละ มีทุกมุมเลย) กินเหล้าตากน้ำค้างก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ ขำพี่วีทีคิดเกมชวนให้ทุกคนเล่น แต่ตัวเองกลับเล่นแพ้มันทุกรอบ กว่าจะได้นอนกันก็ตีสามกว่า วันนั้นเป็นวันที่ใช้เวลาได้คุ้มค่าครบ 24 ชั่วโมงจิงๆ ตื่นตีสี่ นอนอีกทีตีสามกว่าๆ หลับดีเพราะแอลกอฮอล์นิดหน่อยมั๊ง แต่ก็มีความสุขมากๆๆๆๆ มีต่อนะ...แต่กลัวจะยาวไป วันนี้พอแค่นี้ก่อนละกันนะจ๊ะจุ๊บๆ December 04 โคราช-กรุงเทพฯ (ยังเป็นเรื่องขับรถอ่ะ)เบื่อกันรึยัง...
เอาน่ะ...อย่าเพิ่งเบื่อละกาน...เพราะคราวนี้มีเรื่องตื่นเต้นมาเล่า
วันก่อน คุยกะแม่ว่าอยากลองขับรถในกรุงเทพดูซักครั้งจังเลยล่ะ...แม่ก็แปลกเกินคาด..ให้เอาง่ายๆ...ลูกละเป็นงง สรุปว่าอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ไปโคราช แล้วก็ขับรถแม่กลับมากรุงเทพฯ อืม...ตอนแรกก็กลัวอยู่ว่า แม่จะใช้รถอะไรไปทำงานล่ะ..บ้านก็อยู่ตั้งลึก...แต่แม่ก็บอกว่า ไม่เป็นไร สบายมาก อืมๆ...ก็ได้แม่ (ท่าทางจะอยากให้ลูกลองเอารถมาใช้จิงๆ) อืม
ว่าแล้ว ก็ถึงวันออกเดินทาง หลังจากที่ร่ำลากันเรียบร้อย และหลังจากที่แม่พร่ำบอกว่า ให้ขับช้าๆ ค่อยๆไป อีกหลายสิบรอบ (โหย..รู้แล้วค่าคุณแม่...หนูก็กลัวเป็นนะค๊า เพิ่งขับเป็นใครเค้าจะกล้าสวีดสวาดกันล่า) เราก็ออกเดินทางกันประมาณ บ่ายหนึ่งก่าๆ อืมๆ ออกรถได้ (ไบท์+โฟร์ท) ก่อนหน้านั้น ไอ่เจ้าคุณน้องก็บอกว่าเราขับน่ากลัว เราก็งงอ่ะ..เพราะขับก็ช้านะ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าน่ากลัวตรงไหน แต่ อืม..น่ากลัวก็น่ากลัว เค้าจะระวังละกัน เราออกมาช้าๆ ขับมาเรื่อยๆ ประมาณ 80-90 (เอง) แล้วก็แวะที่ปากช่องด้วยสวัสดิภาพ (โคราช-กรุงเทพคับ)
คุยกะคุณย่าไปมาอยู่พักนึก (แกไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ เพิ่งออกมาจาก รพ. ดูอาการดีขึ้น เดินเหินได้ แต่สภาพก็ยังไม่เต็มร้อยอ่ะ) แล้วก็เดินทางต่อ...ปากช่องอากาศค่อนข้างดีนะ..เราไปถึงกันบ่ายสองกว่า อากาศไม่ร้อนมาก แต่ก็ไม่เย็นนะ ซึ่งปกติ มันควรจะหนาวแล้วด้วยซ้ำ
ที่ต่อไปที่เราแวะ ก็คือ ฟาร์มโชคชัย ความฝันของชั้นเลยเชียว (ลอกคำไอ่แอมมา) ที่จะได้ขับรถแล้วก็มาแวะที่นี่ เพราะถ้าไม่มีรถขับมาเองก็จะมาลำบากมาก ที่สำคัญก็คือ ไอติมที่นี่อร่อยสุดตรีน นั้นแหละจุดประสงค์หลักล่ะ เราแวะทานไอติมกัน คนละถ้วย แล้วก็ซื้อฝากแพร อ่อซื้อนมด้วยนะ นมสดที่นี่เรียกว่าสดมากๆ ใครที่กินนมบ่อยๆ ก็อาจจะท้องเสียได้ เพราะนี่คือนมโคแท้ๆ ไม่ผสมนมผง หึหึ อ่อ ที่สำคัญ เค้าเอาวัวมาตั้งให้ดูในห้องกระจก แล้วก็รีดให้ดูกันเห็นๆไปเลย (สงสารวัวอ่ะ...ต้องอยู่ในห้องกระจกมีคนเกาะกระจกดูอยู่มากมาย...โซพัวร์) อืม...มิล์ค---คือชื่อไอติม กินแล้วมันก็ อืมมมม จิงๆซะด้วย ทั้งนม ทั้งไอติมเลย ใครผ่านมาทางนี้ก็แวะกันได้ นอกจากขนมอร่อยแล้ว เค้ายังมีกิจกรรมทัวร์ฟาร์ม ฯลฯ ด้วยนะ อืม
อ่ะ...ต่อดีก่า...เราก็ไปต่อ...แต่ไม่นานนักหรอก...แวะอีกละ เพราะเจ้าคุณน้องเค้าจะซื้อกะหรี่พัฟ ฝากเพื่อน อะได้...จัดห้าย อ่ะแวะ...คราวนี้ เรื่องแรกมาละ เราก็เข้าจอดในที่จอดปกติแหละ แต่มันเป็นเนินอ่ะ จอดแล้วก็ไหลดิ่...แต่เอ...กรูดึงเบรคมือแล้วไม่ใช่หรออออ...ทำไมมันไหลอ๊า...งง อ่ะ...ดึงใหม่ๆเอาให้มันหลุดคามือมาแมร่งเลย...อืม...โอเค...อยู่ละ (แต่มันไม่หลุดนา อย่าตกใจ) แต่คุณน้องชั้น ตกใจไปเรียบร้อยแล้ว คะแนนความไว้ใจหล่นไปจาก 50 เหลือซัก 20 เห็นจะได้ (เดิมที่ก็ไม่ได้ไว้ใจกรูอยู่แล้วซะด้วย) เอาน่า...ชิวๆหน่อยไอ่น้อง อย่าตกใจ ของอย่างงี้มันเกิดขึ้นได้....
ซื้อของเสร็จเราก็ไปกันต่อ (รู้สึกจะแวะบ่อยเป็นพิเศษ) จริงๆแล้วเราก็แวะกันอีกที่สองที รึไงเนียะ แต่ตัดไปตอนเข้าแถบกรุงเทพกันเลยดีก่า ขั้นต่อไปก็ต้องไปส่งคุณน้องที่ ม. ค่ะ อ่ะ...โอเค รู้ๆ ว่าม.มันอยู่ตรงไหน...แต่ว่า...ไม่เคยขับรถเข้าไปเองนิ่...เราก็ถามมันว่า มันมีสะพานข้ามใช่มะ ตรงแยกอ่ะ ชั้นต้องชิดซ้ายใช่ปะ อะ...มันบอกว่าไม่มี ไม่รู้...ซะงั้นน่ะ...โอเค กลับรถก็ได้ เราก็ถามมันอีกว่า...ข้างหน้ามีสะพานกลับรถใช่ปะ มันก็บอกว่า ไม่มี ??? เออ...สรุปว่ามันมีแค่ที่กลับรถที่ต้องชิดขวาใช่ปะ อืมๆ ชิดขวาๆ ขับไปๆ เอ...ทำไมมันมีป้ายเขียนว่า ม.ธรรมศาสตร์ ชิดซ้ายขี้นสะพานกลับรถฟะ...หันไปมองหน้ามันทีนึง แล้วก็อืมมมม...กรูจะเข้าทันมั๊ยเนียะ รถก็แมร่งเยอะโคตร ว่าแล้วด้วยความที่กรูรนอ่ะ...กรูก็แอบปาดหน้ารถตู้ไปคันนึง เค้าบีบแตร ตบไฟใส่กรูซะป๊าดใหญ่ หัวใจกรูหล่นไปตาตุ่มแหนะ...กลับมาๆลูก (รถไม่ดับก็ดีเท่าไหร่แล้ว) ไปต่อเห๊ออออ~ หลังจากนั้นก็ขับด้วยอาการตุ๊มๆต่อมๆไปพักนึง...เรียกสติกลับมาได้ ก็ถึงทางเลี้ยวละ โอเค..ส่งมันได้...มันถึงทีละ...ทีนี้ตากรูมั่งละ
อ่ะ...ต่อไปต้องขับไปบ้านแพร เอาไอติมไปให้ อันนี้ไม่ยากๆ ตอนแรกว่าจะไปทางธรรมดา แต่เห็นละว่า ติดละเกิ๊น สงสัยไอติมจะละลายก่อน ขึ้นทางด่วนดีก่า อ่ะ ขึ้นทางด่วน สบายมาก แค่ทางด่วนเองเนาะ ขับไปเรื่อยๆ ยังไม่มีด่านเก็บตังค์คับ อ่ะ เรื่อยต่อไป เย้ ขับเหมือนออกต่างจังหวัดอ่ะ รถไม่มาก เรื่อยๆ ....แต่...เอ...นั่นช่องเก็บตังค์ใช่ป่าวหว่า อ๊ะใช่จิงด้วย เท่าไหร่น้อ ไม่เคยขึ้นซะด้วย ว่าแล้วก็ขับไปต่อคิวจ่ายตังค์ แต่ตาดันเหลือบไปเห็นช่องข้างๆ แหม๊...ว่างน่าขับไปซะจริง เราก็เลย ออกจากแถวไปช่องนั้นซะเลย แต่ทว่า เฮ้ย ทำไมมีป้ายบอกว่า มากกว่า 6 ล้อ ชิดซ้ายฟะ อ่าว กรูกะลังชิดซ้ายอยู่ไม่ใช่หรอ รถกรูมีสี่ล้อเองง่ะ...กรูเข้าผิดใช่มั๊ยเนียะ ด้วยความตกใจ กรูก็ชะลอรถ เกือบจอดละ แต่...กรูเห็นเก๋งคันนึงมันตามกรูมา แล้วตบไฟใส่กรู แล้วก็แซงกรูไป??? อ่าวนี่สรุปว่าไปได้ใช่ปะน่ะ โอเค ไปได้ก็ไปเด่ ใครจะอยู่ให้โดนตบ(ไฟ) อีกฟะ จากนั้นก็ไม่มีไรละ เรื่อยๆ จนถึงทางลง เอ...กรูลงตรงนี้ดีมั๊ยน๊า อืม..ลงละกัน เค้าว่า ทางออกรัชดาภิเศก อืม ไปถูก แต่ว่าลงไปโผล่ตรงไหนไม่รู้นะ แต่แม่นทางอยู่แว้ว มั่นจายเฟ้ย บลาๆๆๆๆ อีกยืดยาวอ่ะ ตอนนี้ไม่มีไรมาก เอาเป็นว่าถึงบ้านแพรอย่างปลอดภัย แล้วไอติมก็ยังแข็งเป๊ก เพราะเค้าใส่น้ำแข็งแห้งไว้ให้ แอร์รถก็เย็นโคตร มันจะละลายได้ไงฟะ
เช้าวันนี้ ก็เป็นวันลองของของเรา ขับรถไปทำงานคับพี่น้อง ไปละน๊า...
ดอกแรก...กรูขึ้นสะพานผิด เสียเวลา ต้องกลับมาตั้งต้นใหม่ที่บ้านซะง๊าน
อืม...ถึงที่ทำงานอย่างปลอดภัย พอเย็น...ก็กลับบ้านดิ่
เจอดอกสองทันที...ดันชวนพี่ที่ทำงานกลับด้วย บอกว่าเด๋วจะไปส่งท่าเรือทองหล่อ ไม่ไกลๆ ทางผ่าน อืม...ทางผ่านจิงๆ ถ้ากรูเจือกไม่เลื้ยวไปออกซอยที่กรูไม่รู้จักอ่ะ สรุปก็คือ ไปผิดทางซะงั้น แล้วยังเจอถนนที่กำลังซ่อมอยู่ มันซ่อมแมร่งทั้งสายอ่ะ เลี้ยวไม่พ้นท่อด้วย ครูดไปกะท้องรถอย่างเห็นได้ชัด...แง๊...แม่หนูขอโต๊ด เป็นทางออฟโรดกลางกรุงมากมายอ่ะ...ฮือ พี่เจี๊ยบ...หนูขอโต๊ด ที่พามาพจญวิบากกรรม ซะงั้น แทนที่จะใกล้ ก็กลายเป็นว่าไกลโคตร เลยต้องหาทางพาพี่ไปส่งให้กลับบ้านให้ได้ แต่ก็โชคดีที่ถนนสายที่คิดว่าจะติด ก็ไม่ติดอย่างที่คิด แล้วก็พาพี่เจี๊ยบมาส่งแยกลาดพร้าว (อือ..ขอโต๊ดอีกทีค๊าบ) พี่กลับได้ ไม่เป็นไรๆ T^T
อ๊ะ...ถึงแยกลาดพร้าว...ว่าแล้วก็ไปหาแนนดีกว่า ที่ทำงานมันอยู่แถวนี้ จะได้รับมันกลับซะเลย...
ดอกที่สาม...กรูเลยซอยที่จะไปที่ทำงานมั๊นนนน...อ๊า...กรูเซ็ง วันนี้มันอะไรนักฟะ เอ๊า ขอถอยหลังเหอะ...เลยมาติ๊ดเดียวเอง...ว่าแล้วก็ถอย....ถอย....ถอย...ปึ๊ง...ชนฟุตบาทคับ (ล้อมันเกย ไม่มากมาย แต่แสดงให้เห็นถึงความเปิ่นของกรู)อายพี่วินหน้าปากซอยมากเลยอ่ะ...ใจไม่ค่อยดี ขอมาแวะพักที่ออฟฟิสไอ่แนนละกัน เห้อ...หรือกรูจะยังไม่พร้อมขับรถในกรุงจิงๆด้วยฟะ...
เอวังดังประการฉะนี้...ตอนนี้อยู่ที่ทำงานแนน...ยังไม่ถึงบ้านนะ...จะเจออีกกี่ดอกก็ไม่รู้...อวยให้ด้วยละกันนะจ๊า T^T November 30 แอบ บ่น เล็กๆ (ลึกๆ)วันนี้เงินเดือนออกแล้ว...แล้วก็รู้สึกอยากลาออกขึ้นมาทันที...
ประมาณว่าเห็นเงินเดือนแล้ว คิดทุกทีว่า...ที่กรูทำมาทังหมด มันก็แค่นี้ใช่มั๊ย...แล้วกรูจาทำไปทำไม...
แต่แล้วก็ได้แค่คิด...ไม่เคยจะลงมือทำอย่างที่คิดซักทีหรอก...
ก่อนเงินเดือนออกก็ลั่นล้า...ได้อยู่...ถึงแม้จะจนกรอบ
แต่ทำไม พอเงินเดือนออก...เรากลับรู้สึกเฟลอย่างงี้นะ
เสียใจจังเลย November 24 นึกอยากเขียนง่ะวันนี้อารมณ์ดี...
สอบใบขับขี่ ผ่านละ หลังจากที่ค้างคามาหนึ่งอาทิตย์ กับอารมณ์ว่า..แมร่งท่าง่ายๆทำไมไม่ผ่านฟะ (นั่นคือจอดเที่ยบฟุตบาทนั้นเองง่ะ แต่ท่ายากก็ถอยหลังเข้าซองที่ใครๆเค้าทำไม่ค่อยได้..เจือกรอบเดียวผ่าน) และแล้วนราวัลลภ์ก็ได้ใบขับขี่มาอัดแน่นอยู่ในกระเป๋าตังค์(ที่มีแต่บัตร)อีกสองใบ คือใบขับขี่รถยนต์ กับรถจักรยานยนต์ คับ (ได้มาแล้วก็เท่านั้นแหละ...ไม่มีรถขับซะหน่อย...เหอะๆ)
วันก่อน..นั่งรถเมล์ผ่านบิลบอร์ดอันนึง มีคำเขียนว่า..."99% ของคนไปเมืองนอก...เลิกกับแฟน" (ก็ไม่ตรงเป๊ะหรอก...แต่ก็ประมาณนั้นละกัน) เออ...เราก็คิดว่ามันจริงมั๊ยน๊า...คิดไปคิดมา..ก็สรุปได้ว่า..คงจริงแหละมั๊ง เราก็เคยคิดนะ...อยากไปนอกจัง...อยากไปสวิส อยากเที่ยว อยากทำงาน อยากเรียนต่อ อยากๆๆๆๆ แต่ก็..ไม่อยากเลิกกับแฟนอ่ะ...พี่เล็กเคยพูดว่า..ถ้าไบท์ไปนอก ก็คงเลิกกันมั๊ง ก็เลยคิดว่าประโยคนี้คงจะจริงเนาะ...ใครคิดว่าไงมั่ง
เออ...แต่ที่งงก็คือ..แมร่งมันโฆษณาอะไรฟะ..ไม่เข้าใจอ่ะ(ลืมดู) ..ใครเคยเห็นป้ายนี้ก็ช่วยอนุเคราะห์ บอกที่ว่าเค้าโฆษณาอะไรหรอ..เหอะๆ
แล้วก็...ตอนนี้หนาวจังเลย..อยู่ในออฟฟิสอ่ะ..หนาวมากกกกกก....เค้ากลัวว่ากราฟฟิกดีไซน์ไอเดียจะไม่เฟรชแหง๋เลย เปิดแอร์ซะเย็นหยั่งกะขั่วโลก ตอนนี้เราต้องเอาเสื้อหนาว ผ้าพันคอมาใช้ที่ทำงานแล้วนะเฟ้ย...เหอะๆ เหมือนอยู่เมืองนอกป๊ะล่ะ (เอาอีกละพูดเรื่องเมืองนอกอีกละ..สงสัยดูสเปสไอ่แอมมากไป) แล้วก็.........จะปีใหม่แล้วคับพี่น้องคับ...(บ้าป่าววะ อีกตั้งเดือนกว่า) ก็มันเห่อนี่นา...เมื่อวาน...เราก็นึกคึกอ่ะ เอาสายรุ้งและของประดับมากมาย ที่ค้นเจอจากกรุสมบัติในที่ทำงาน(งงอะดิ่ว่าทำไมที่ทำงานเรามีอะไรอย่างงี้เก็บไว้...เออเราก็ไม่รู้อ่ะ...รู้แต่เป็นของคนที่เคยทำงานที่นี้ซื้อมาไว้ประดับปีใหม่เมื่อปีที่แล้ว) มาติดซะทั่วห้อง ทั้งๆที่เพิ่ง 23 พฤศจิเอง พี่ที่ทำงานบอกว่า ไอ่ไบท์มันขี้เห่อว่ะ...เออ ยอมรับล่ะว่าเห่อ...แต่จริงๆแล้วอยากเปลี่ยนบรรยากาศมากกว่านะ...อยากให้มีอะไรใหม่ๆในชีวิต อยากให้มีอะไรแปลกตาไปมั่ง...ไม่งั้นมันก็เซ็งใช่ปะ แล้วพี่เค้าก็บอกว่า..เด๋วพอถึงเวลาเราก็จะเซ็ง ไม่ตื่นเต๊ลล แต่ว่า ฝันเห๊อ...เด๋วใกล้ๆปีใหม่มันจะกลายเป็นฟูลออพชั่นเว้ย...ตอนนี้แค่ออเดิร์ฟ แต่งน้อยๆ กาจุ๋มกาจิ๋มมม หาเรื่องสนุกๆทำในชีวิตไปงั้นแหละ เหะๆๆ (ว่างงานจัดเลยกรู) ตอนนี้กาลังนั่งดูลูกบอลที่แต่งไว้กลางห้อง มีคำว่า "สวัสดีปีใหม่" ห้อยต่องแต่งหมุนติ๊วไปมาอยู่ เวียนหัวดีแท้ (ก็อย่าไปจ้องสิฟะ)
ปีใหม่ปีนี้ หงอยๆยังไงไม่รู้เนอะ...ว่าปะ November 08 ว่าจะไม่เขียนแล้วเชียว6 พฤศจิกายน 2549 หากบ้านใครมีปฏิทินจีน ก็จะเห็นได้ว่าวันนี้เป็นวันซวย ไม่ควรปฏิบัติกิจการอันใด เพราะจะไม่เจริญ....แต่บังเอิญว่า...มัน...เป็น...วันเกิดของกรูเองแหละ...โทดนะที่ปีนี้ตรงกะวันซวย...555 (เคยมีปีที่ตรงกะวันลอยกระทงด้วย...ไม่น้อยใจหรอกเว้ย) รู้เป่า...วันเกิดปีนี้ได้ของขวัญดีๆมาอย่างนึงล่ะ...เป็นโทรศัพท์หนึ่งสาย...ที่บอกว่า..."โทรจากบริษัท โคคา โฮลดิ้งนะคะ พรุ่งนี้ขอนัดสัมภาษณ์ที่ตึกซีมิก....ฯลฯ" !!! เป็นของขวัญวันเกิดที่วิเศษสุดเลยจริงๆ โอกาสไง อิอิ อย่างน้อยก็มีความหวังว่าชีวิตจะดีขึ้นล่ะนะ...ไบท์ไปสัมภาษณ์มาแล้ว แต่ได้ไม่ได้ ยังไม่รู้ ยังไงก็อวยพรให้ด้วยนะทุกคน แปลกนะ วันเกิดก็แค่วันๆนึง ที่ไม่ได้แปลกไปกว่าทุกวันเลย ทำไมเราถึงต้องให้ความสำคัญ และรู้สึกว่าต้องการความพิเศษให้กับวันวันนี้ และก็แปลกอีกแหละ ที่เมื่อเราไม่ได้รับความพิเศษจากคนรอบข้างในวันๆนี้ของเรา เรากลับต้องรู้สึกแปลกๆ และจิตใจห่อเหี่ยว ทั้งๆที่ มันก็เป็นแค่วันๆหนึ่ง ที่ผ่านไปในชีวิตของเราและของคนอื่น....เท่านั้นเอง October 06 ปัดฝุ่นซะหน่อยจิ่ขอบ่นเหอะนะ...
บล๊อกฝุ่นเกาะนี่...ไม่มีใครสนใจ เลยขี้เกี่ยจอัพเอาดื้อๆ 55 จริงๆแล้วไม่มีเรื่องจะเมาท์มากก่า
อันเนื่องมาจาก ข้าพเจ้าใช้ชีวิตไปวันๆ อย่างแรง เหอะๆ คนทำงานประจำ เป็นอย่างนี้กันทุกคนมั๊ยนะ
คำถามนี้ไม่รู้จะมีใครตอบมั๊ยว่ะ...แต่ว่า...ที่เห็นๆคนมีความสุขกับงานประจำจิงๆ คงเป็นแจนเอกอิงค์ โทจีออก เท่าที่ฟังมา แจนดูมีความสุขมากๆ ทำงานจนดึกดื่นด้วยความเต็มใจ แล้วยังจะได้งานที่ตัวเองชอบซะอีก...(ฟังมานะ) เฮ้อ...ฟังแล้วอิจฉา...เหอะๆ
เราเองก็ไม่ใช่ว่างานจะย่ำแย่...แต่มันเบื่อน่ะ...เจอหนังสือเรื่องมาก ทำเป็นชาติก็ไม่เสร็จเข้าไป...ทำเอาจะอ้วก(โทดเหอะ)ออกมาเป็นพระเครื่องแย้ว...ไม่ได้ลบหลู่นะจ๊ะ แต่เห็นทุกวันจนเอียนจะแย่ แล้วก็ปวดหัวมาก ดีนะ..ยังไม่ฝันเป็นพระเครื่องวิ่งไล่ หรือห้อยคอจนคอหักไปซะด้วย ถึงวันนั้นเมื่อไหร่คงเลิกคบกันไปเลบดีกว่า..หางานใหม่ซะดีมั๊ง...เออ...แล้วพี่เออีก็เก๊งเก่ง...ช่างล่อชั้นละเกิ๊น...เอาหนังสือเล่มใหม่มาจ่อคิว เป็นหนังสือทำอาหารที่รูปสวยมากๆ เห็นแล้วไอเดียกระฉูด..อยากทำชะมัด พี่แกก็บอกว่า...รีบทำหนังสือพระให้เสร็จ แล้วจะให้ทำหนังสืออาหาร ...เออ...รู้จุดอ่อนกรูซะง๊านนนนน...เหอะๆ (จริงๆ เบื่อหนังสือพระจนแทบจะลาออกแล้วนะ...เจอหนังสืออาหารจ่อคิวมางี้ เล่นเอาไม่กล้าออก....เฮ้อ...เงินเดือนก็ไม่พอใช้...ชีวิตกรู๊.......)
เอาล่ะ...บ่นเสร็จแล้ว...โล่งชะมัด ไปละนะ...ไปปั่นงานต่อ...เผื่อจะมีอนาคตที่ดีกะเค้ามั่ง เหอะๆ July 21 เอาเว้ย...รับปริญญาจารับปริญญาแย้ว
เค้าเห่อน่าดูเหมือนกันนะ...ขอบอก...แต่จะเห่อยังไงก็คงไม่เท่าพระมารดาแน่ๆ รายนั้นเค้าตัดเสี้อเตรียมไว้ตั้งแต่เกรดตัวสุดท้ายยังไม่ออกด้วยซ้ำ 555 คิดแล้วก็ขำ...ตอนที่แม่อวดเสื้อต้วสวยให้ดู...เราก็บอกแย้ว...ว่าจะตัดก็บอกด้วย..จะได้ช่วยเลือกแบบ...เป็นงายล่ะ...ออกมาเป็นระบายย้วยรอบตัวเชียว...555 เอาเหอะแม่..ใส่อะไรก็สวยน่า...เนาะ เดือนก่อน ไปนอนบ้านแพร...นั่งแต่งหน้าเล่นกันใหญ่เลยล่ะ...ไอ่แพรแม่ง...แต่งหน้ากรูออกมาเป็นงิ้วเชียว...โดยเฉพาะคิ้ว...แดงโล่...555 ขำๆเว้ย...แต่กรูว่าจะไม่แต่งอ่ะ..รับปริญญาเอาจืดๆได้ปะ แหะๆ..กัวสิวขึ้นอ่ะ...
วันก่อน ไปเอาชุดครุย นั่งเรื่อเมล์..คลองแสนแสบไป..จากทองหล่อไปลงผ่านฟ้า...แหม๊...สุดยอด...เร็วโคตร แต่ว่าต้องแลกกับกลิ่นน้ำเน่า และสิวจากการโดนน้ำคลองกระเด็นใส่หน้าด้วยนะ...(คุ้มมั๊ยฟะ) นั่งเรือไปกะยศ ยศบอกว่า กรูจะไม่นั่งเรืออย่างงี้อีกแล้ว (คิดเอาเองละกาน) แต่กรูว่า...ก้อ...เร็วดี
พอได้ชุด ก็กลับบ้าน...แต่เป็นบ้านแพรอีกละ (กะจะเอาชุดครุยไปไว้บ้านแพร) พอถึงบ้านก็ลองเดะ...ด้วยความเห่อมิใช่น้อย ก็เอาชุดครุยมาลองกันสองคน..มีผู้ช่วยติชม...เป็นพ่อแม่พี่น้องลุงป้าน้าอาของไอ่แพร...ใส่แล้วก็งง...กับไอ่ฮูดส่วนประกอบของชุดนี่..ว่ามันจะใส่ยังไงดีฟะ...ไม่รู้จะเอาอะไรไปติดไว้ตรงไหนซะงั้น...555 บัณฑิตใหม่ชัดๆเลยกรู จากนั้นก็เดินไปมา...ขำตัวเองไปมา...แล้วก็มองหน้ากัน..เป็นเชิงว่า...ถอดเห๊อ...เขิลลล...555 (วันนั้นบ้านแพรมีชุดครุยแขวนอยู่ในตู้ 4 ชุด ของแพร ไบท์ แนน ตูน ไอ่แพรบอกว่าบ้านกรูไม่ใช่ร้านเช่าชุดครุยนะเว้ยเฮ้ย) ตอนแรกกะจะเอาชุดไว้บ้านแพรอะแหละ แต่ว่า พอเช้า...คิดไปคิดมา เอาหอบกลับบ้านดีก่า...เผื่อว่าจะเอาไปถ่ายรูปกับพี่ที่ทำงาน วะหุหุ (กลับบ้านตัวเอาก็เอามาใส่เดินไปมาอยู่คนเดียว...บ้าป๊ะเนียะ)
อ่า...เล่ามั่วไปหมดเลย...แหะๆ...แต่ก็อยากเล่านา...มันเรียบเรียงไม่ค่อยถูก
อะต่อๆ...เรื่องถ่ายรูปนะค๊าบ...ได้พี่ติตากล้องมือหนึ่งของเรามาช่วย...ตอนแรกพี่ติเกือบต้องถ่ายควบ ทั้งไบท์แพร แต่โชคดีที่น้องโอมาช่วยไว้ทัน ก็เลยสบายไป อิอิ ขอเมาท์ แม่บอกว่า..ให้ถ่ายรูปเยอะๆเลยนะไบท์ (โทรมาย้ำทุกวัน) ถ่ายรูปเดี่ยวสวยๆ มาเยอะๆนะ แม่จะได้เลือกเอาไปขยาย(ติดฝาบ้านหรอแม่) ไปๆมาๆ..วันนึงแม่ก็เห่อหนัก...โทรมาบอกให้หอบชุดครุยไปถ่ายรูปที่โคราชด้วยนะ(ตอนแรกเราก็ว่าจะไปอยู่หรอกแต่ก็คิดๆดูแล้วว่าญาติก็มากันหมดจะหอบไปทำไม..แต่...)แม่บอกว่าจะได้เอาไปถ่ายกับย่าโมไง...ครึๆๆ กลั้นหัวเราะแทบไม่ทันแหนะ(เข้าใจนะจ๊ะแม่..แต่ฟังแม่พูดแล้วมันขำอ่ะ) ดังนั้น...งานนี้ก็ฝากความหวังไว้ที่พี่ตินะจ๊ะ...(กราบงามๆแทบอก..หุหุ)
อีกเรื่องนึงที่อยากเล่ามากมาย...เคืองมากก๊ากด้วย...คือ...หนังสือเซเว่นทีน บอกว่าจะออก เซเว่นทีนเกรดูเอท เป็นฉบับพิเศษเนื่องในเทศกาลรับปริญญา กำหนดออกเดือนกรกฎา วันที่ 15 แพร กะไบท์ ก็ตั้งตารอ..(ขำมะ...เห่อน่าดูนะสองคนนี้) จนแล้วจนรอด..นี่ก็ปาเข้าไปยี่สิบก่าละ...มันก็ยังไม่ออกว่ะ...อย่างงี้ฟ้องได้เป่าฟะ...เคืองนาเว้ย...คราวหลัง.จะไม่ออกก็ไม่ต้องบอกได้ปะ...เจ็บจายยยย
เรื่องเห่อๆ ของบัณฑิตใหม่ยังไม่จบเท่านี้หรอกนะ...แต่เล่าไม่ถูกละ...ไปทำงานดีก่า...เจอกันวันรับปริญญานะค๊าบ...ทุกท่าน
ปล.ขอบคุณสำหรับฟอร์เวิร์ดเมล์ฉบับ ARTS 35 นะคับ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร(คาดว่าจะเป็นกั๊ม)อ่านแล้วมีความสุขมากๆเลย June 03 สุดยอดเมืองกรุงเมื่อวานเดินจากที่ทำงานกลับบ้านอีกแล้ว
อันเนื่องมาจากเห็นรถบนถนนมันจอดกันหยั่งกะลานจอดรถศูนย์การค้า เล่นจอดกันซะนิ่งหยั่งง๊านนน...ใครจะไปอยากขึ้นรถกลับกันล่ะคร๊าบพี่น้องคร๊าบบบ...สดยอดจริงๆ...ตั้งแต่ทำงานที่นี่มา..ก็เลยรู้ซึ้งว่าถนนสายนี้รถติดมากกก....เพราะคนรวยมันเยอะ มีรถขับกันหมด...แต่เรามันคนจนๆ...จะนั่งรถเมล์ก็คงต้องนั่งแอสบานอยู่บนรถนั่นแหละไม่รู้ว่าเที่ยงคืนจะถึงมั๊ย ก็เลยเอาวะ..กรูเดินดีก่า...ปรากฏว่า...โอ้วพระเจ้าจอร์จ...มันยอดมาก...เรียกว่าไอ่รถที่อยู่บนถนนทั้งหลายนั่นคงอิจฉาเลยแหละ เบนซ์ก็เบนซ์เห๊อออ...จะกี่แรงม้ามาจากไหนก็สู้สองขาข้าพเจ้ามิได้...ฮ้าๆๆ..สะจายยยเราเดินมาจนถึงรถไฟใต้ดินที่หมายของเราแล้ว...ก็ยังเห็นรถมันยังไม่เขยือนอยู่ดีอ่ะ...สงสัยจะมีใครเอารถมาสตาฟแหง๋เยย...แหะๆ...เอาเป็นว่า...เมื่อวานรถติดมากคนบนถนนคงหงุดหงิดกันมากมาก....แต่ไบท์....สบายใจแล้วก็อารมณ์ดี เห็นรถติดแล้วก็ยิ้มมม เดินดูร้านค้า แวะกินหนม ชมนกชมไม้...แฮปปี้ที่สุดคับ
บางที่เราก็ต้องหาความสุขจากอะไรพวกนี้แหละนะ...ง่ายๆ แล้วมันก็อยู่รอบตัวเรา...เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสไง...โอกาสที่จะหาความสุขใส่ตัว...เอาความทุกข์ให้มันละลายไปกับกลุ่มควัน(พิษ)บนท้องถนน แหะๆ...ตอนนี้ระดับความสุขอยู่ที่ 70 เปอร์เซนต์คับ May 30 ดูหนัง...ดูหนัง...ดูหนังอยากดูหนังจังเยย
อยากดูเอ็กซเมนอ่า อยากดูดาวินชี่โคดด้วย แต่สงสัยต้องไปดูคนเดียว...เพราะไอ่คุณน้องที่รักก็ยุ่งกับการรับน้อง(ดีแล้วล่ะเพราะมันเป็นประสบการณ์ที่ดีมากจิงๆ) จะชวนคุณเพื่อนก็ไม่รู้จะชวนใคร ไอ่แพรก็ออกจากบ้านค่ำไม่ได้ วันเสาร์อาทิตย์ก็ไม่ได้..ไอ่แนนก็ไม่รุ้จิ่มันจะอยากไปมั๊ยหว่าหรือว่ามันจะดูแล้วหรือไงก็ไม่รู้ ไปดูคนเดียวก็ด้าย...เคยทำอะไรคนเดียวมาตั้งหลายอย่างนะ...เดินห้าง เดินสวน ซื้อของ กินข้าว แต่ดูหนังนี่ไม่เคยทำคนเดียวอ่ะ...ต้องลองๆ...เหอะๆ
เอ...แต่คิดไปคิดมา...ตังค์ก็ไม่ค่อยจะมีซะด้วย...เงินเดือนออกจะต้องใช้กินอยู่ไปให้มันพอ...แค่นั้นก็กระเสือกกระสนจะแย่แย้ว...จะมีตังค์ไปดูหนังมั๊ยฟะเนียะ ยิ่งมีอย่างอื่นที่อยากทำ...ยิ่งไม่ต้องฝันเลย...ยากอ่ะ...แต่ก็แปลกนะ...ยิ่งรู้ว่าทำไม่ได้ก็ยิ่งอยากทำ...ไม่มีตังค์ก็อยากได้นู่นนี่..อยากทำอะไรต่อมิอะไรมากขึ้น...ซะงั้น เหอะๆ...ซักวันละน่า...คงจะได้ทำ...เนอะ
เอ้อ... April 09 พระนามในสุพรรณบัตรของพ่ออยู่หัวของเราทั้ง ๙ พระองค์และชื่อเต็มกรุงเทพฯ พร้อมคำแปลครับผมรัชกาลที่ ๑ โดย : ระ ขอก๊อบมาจากเวบเอ็มไทยค๊าบบบ... มนุษย์เงินเดือนคนใหม่กำเนิดขึ้นแล้ว
ไอ่คุณน้องที่แสนดีมันบอกว่า เจ้..ไม่ยอมอัพบล็อก ไอ่เราก็คิดในใจ ใจให้อัพทำม๊ายยย ก็ไม่มีใครอ่านนี่หว๋า เหอะๆ แต่คราวนี้สงสัยต้องอัพซะหน่อย ไม่งั้นโดนมันด่าด้วยสายตาอีกแน่เยย
เหอะๆ ตอนนี้ไบท์แปลงร่างแล้วนะจ๊ะทุกคน แปลงร่างเป็นมนุษย์เงินเดือนเต็มตัว ต้องไปต่อแถวตู้เอทีเอ็มตอนสิ้นเดือน ต้องตื่นแต่เช้าไปเบียดกับคนบนรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน แอนด์ รถเมล์ (แม่เจ้า...ขอบอกว่าต้องขึ้นทั้งสามอย่างนั่นน่ะกว่าจะถึงที่ทำงาน) ที่ทำงานไบท์ อยู่ที่สุขุมวิท 36 ตรง สถานีรถไฟฟ้าทองหล่อ แล้วก็ต้องต่อมอไซค์เข้าไปอีก จะให้บอกจริงๆหรอว่าไปทำงานยังไง เอาเป็นว่าขนส่งมวลชนแทบทุกประเภทที่มันมีให้ใช้ในกรุงเทพ ไบท์ก็ใช้หมดในเที่ยวเดียวนั่นแหละ เรื่องการเดินทาง เป็นปัญหาใหญ่สุดๆจริงๆ ขอบอกน้องๆ (ที่หลุดเข้ามาอ่านบล็อกเค้า)ว่า หาทีทำงานใกล้บ้านเข้าไว้ สบายยยยย...ที่สุด
ไบท์ได้งานเป็นกราฟฟิกดีไซน์นะ แต่เรียนจบอักษรค่ะ มิหนำซ้ำ ยังเรียนเอกสังคีตด้วยค่ะ เหอะๆ ตอนไปสัมภาษณ์งาน ก็บอกเค้าอย่างงี้แหละ แต่เค้าก็รับเนอะ หึหึ เอาเป็นว่าทำได้ก็แล้วกานนน ถึงจะไม่ได้จบมาด้านนี้ก็เหอะ แต่ใจรักนะเว้ยยยย
บริษัทที่โชคดีสุดๆ(??)แห่งนี้ก็คือ บริษัทอักษรโสภณ พูดชื่อแล้วใครจะรู้จักน้อ เรายังไม่รู็จักเลย...แต่ถ้าพูดถึง...สกุลไทย...หญิงไทย...นิตยสารที่เก่าแก่..มาก ต้องมีสักคนร้องอ๋อขึ้นมาบ้างหล่ะ เหอะ แต่ขอบอกว่า อ๋อน่ะรู้จักนะจ๊ะ แต่ว่าไม่เคยอ่านหรอก ไบท์ก็บอกเค้าว่าเราไม่เคยอ่านหนังสือเค้าซักกะเล่ม บอกไปตามตรงแป๊ะๆ เออ..เค้าก็รับเว้ย แล้วพี่เค้ายังบอกว่าเราตรงดี ไม่โกหกพี่ เพราะพี่เค้ารู้ว่าเด็กรุ่นเราๆ ไม่อ่านหรอก แง๊ว...ดีไปซะอีกแน่ะ แต่.... ไบท์ไม่ได้เข้าไปทำหนังสือสองเล่มนี้นะจ๊ะ ไบท์ทำฝ่าย Print On Demand จ้า อ๊ะอ๊าาาาา งงล่ะสิว่ามันคืออะหยั๋ง อธิบายง่ายๆก็ครือ...เค้าให้พิมพ์อะไรก็พิมพ์...แง๊ว..ตรงไปปะ ลูกค้าอาจจะมีไฟล์งานมาให้ แล้วมาให้เราพิมพ์ ซึ่งเราจะพิมพ์เป็นระบบดิจิตอลพรินท์ สั่งออกทางเครื่องพิมพ์ได้เลย ไม่ต้องแยกสีไม่ได้พิมพ์ออฟเซต...เหอะถ้าอยากรู้ว่าไอ่ที่พูดมาน่ะคืออะไร ลองถามอาจารย์ภาคบรรณดูนะจ๊ะ..หึหึ(ไบท์ได้งานนี้สงสัยจะเพราะวิชาที่ลงเรียนเป็นตัวเลือกเสรีจากภาคบรรณ นี่ละม๊างงงง...printing and publishing bussiness) งานส่วนมากก็แปลงไฟล์งานลูกค้า ออกแบบบ้างนิโหน่ยส่วนใหญ่มาตามสั่ง พวกวารสารองค์กร การ์ด ไรงี้ งงมะ..งานไบท์ ...ถ้างงก็ข้ามไปโลดเด้อ...
งานที่นี่ก็โอนา..สังคมก็โอ...เฮ้อ...แต่เสียอย่างเดียว(ทำไมต้องมีแต่ด้วยฟะ) เงินไม่ดีอ่ะ บวกลบคูณหารกันแล้ว ไม่พอใช้ง่ะ อย่างนี้ก็ต้องถือว่าหาประสบการณ์ไปก่อน ถ้าเค้าไม่ขึ้นเงินให้เราอยู่ได้มั่ง..สงสัยคงไม่รอดนะ ตอนนี้ก็เกาะแม่ครึ่งนึง เกาะแฟนครึ่งนึงไปก่อนละกานนน...ไม่ชินแห๊ะ..เคยแต่เกาะพ่อเกาะแม่อย่างละค่อน เหอะๆ
ตอนนี้โปรแกรมใช้ตังค์มาและ...ตั้งมากมาย ซ่อมบ้านนี่เรื่องใหญ่มากเลยล่ะ แต่ก็ต้องทำ ทั้งระบบน้ำ ตอนนี้ท่อตัน..ฮือๆๆ ขนของทิ้ง...จัดบ้านใหม่ วู้ยเยอะเลยล่ะ แต่มันแปรผกผันกับรายได้ตลอดเวลาไม่รู้ทำไมสิน่ะ...เฮ้อ เอวเว้ย เอาเป็นว่า...งานกะลังเวิร์ค...แบบโฆษณาเวิร์คมอร์อะไรอย่างงั้น มันก็มีเรื่องดี เรื่องไม่เข้าท่าปนๆกันอยู่ แต่โดยองค์รวมแล้วโอนะเว้ย ตามหลักองค์ประกอบศิลป์แล้ว...เราจะถือว่ามัน....ลงตัวคับ
February 16 ทีสิดของช้านนนนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2549 (ขึ้นเขียง)
คืนก่อนหน้านั้นนอนไป 3 ชั่วโมง (นอน6โมง) ไปซื้อดอกไม้กับตูน แพร อาจารย์แพร่ แล้วกลับมาจัดตอนเที่ยงคืน เพราะตอนกลางวันตูนแพรต้องไปธุระที่ กท.อยู่ช่วยจัดไม่ได้เลยต้องทำกลางคืน เราน่ะ 3ชั่วโมง แต่แพรตูนไม่ได้นอนเลย สุดยอดว่ะ
ตื่นมาก็ไปภาค ไปตัดวีดีโอต่อ แล้วก็เอาผ้าสไบ(ที่น้องๆไม่อยากใส่ คิดแล้วช้ำใจยิ่งนัก) ซื้อกล่อง(แต่งเวที) ทำใบประเมิน(เกือบลืม) แล้วก็ซ้อมเดี่ยวไปหนึ่งรอบ(โอ้ว...สุดยอด จังหวะปึ๊ก ไม่ผิดซักกะติ๊ด) วันนี้ทำไมมันดูวุ่นๆฟะ กะว่าไม่ลืมอะไรแล้วนะ ก็จะต้องลืมซักอย่างสองอย่างสิน่ะ ลืมซีหรอกใบประเมินซะงั้น(ทั้งที่ทำไว้แล้ว)
บ่าย 4 ขึ้นไปจัดสถานที่ (กะว่าจะไปตั้งกะบ่าย 3 แต่อะไรๆก็ยังไม่เสร็จไปหมด...แปลกนะ วันก่อนหน้านี้ก็ว่าไม่ลืมอะไรแน่ๆแล้วเชียว) ขึ้นไปก็ยังงงงง ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนก่อน อะๆๆๆ เอากล่องมาทำท่าน้ำก่อนละกัน เฮ้ย...ไหนลองวางเครื่องดิ๊ ไม่งั้นจะรุ้ได้ไงว่าจะจัดตรงไหน...อะวางเครื่องๆ เฮ้ย...เดี๋ยวเอาผ้าลงก่อนดิจะทำน้ำ...อะเอาเครื่องออก...เอ้ยขนดอกไม้มาไว้ตรงนี้นะ ไม่เอาๆ เอาอันนี้ไปไว้ข้างบน...จะให้จัดไฟไว้ตรงไหน..ตรงไหนก็ได้ลูก...พี่งง..555 แต่ในที่สุดสถานที่ก็ออกมาเลิศเลอเพอเฟกต์ด้วยน้ำแรงของน้องๆในเอก แล้วก็นู๋โอ (แล้วไบท์ก็มานั่งกลุ้มในใจว่า...สถานที่ดี ไฟดี เสียงดี แต่งตัวดี แต่เล่นไม่ดีคงซวยแน่เลยกรู)
18.30 งานเริ่ม แต่คนยังไม่เยอะเลย เอาๆๆเริ่มก็เริ่ม ภูมิใจมากกับวีดีโอที่ตัดต่อไว้ ถึงแม้ว่าจะเกิดข้อผิดพลาดขึ้นบ้างทางเทคนิค แต่ก็โอนะ ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงกับที่คิดไว้ล่ะน่ะ น้องๆก็เล่นดีมากเลย ดีอย่างที่ซ้อมไว้เผลอๆดีกว่าด้วยมั๊ง ดีใจจัง เหอะๆแต่พิธีกรนี่ไม่ไหวแล้วนะ สั่นมากมาย พูดไม่ตรงสคริปอีกตะหาก พูดถูกพูดผิดวกไปวนมา เฮ้อ..แต่ก็ผ่านมาได้เน้อ
เอาล่ะมาถึงตอนสำคัญ เดี่ยว ค่ะ เดี่ยวของข้าพเจ้าเองเจ้าค่ะ กะว่ามั่นใจเต็มที่ ถ้าเดี่ยวดีจะต้องภาคภูมิใจไปจนวันตายเลยทีเดียว ตอนเริ่มก็เก๋กู้ดค่ะ เล่นได้ไม่มีผิดเพี้ยนจั๊กกะนิ๊ดดด แต่พอท่อนสองก็เริ่มกะท่อนกะเท่น เล่นเที่ยวกลับไป3รอบแล้วทั้งที่ต้องเล่นรอบเดียวแล้วก็ไปต่อไม่ได้ จะเล่นอีกรอบก็เกรงใจคนดู เลยบอกว่าเล่นผิด แล้วก็เล่นท่อนสองใหม่..........................................เศร้า..........................................เศร้ามากมาย โหย...จะบ้าตาย ชั้นอยากจะวิ่งหนีไปซะเดี๋ยวนี้มันเลย...ฮือๆๆๆๆๆๆ รู้มั๊ยว่าซ้อมเพลงนี้มาทั้งอาทิตย์........ไม่ผิดเลย..........แต่ทำไมมันจะต้องผิดวันนี้ด้วย ไม่เข้าใจ......ถ้าชั้นเป็นอาจารย์คงเอาหัวมุดปี๊ปไปแล้วอ่ะ............เหอะๆขำๆเนอะ............ยังไงก็ทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะมันผ่านไปแล้ว...........สรุปเอาโดยรวมก็ดีล่ะนะ เหอะๆ
ในที่สุดก็ผ่านไปได้ด้วยดี(???)
ทีสิดของไบท์ถ้าไม่นับเดี่ยวล่มแล้วก็ โอ้วพระเจ้าจ๊อดมันยอดมาก
ขอบคุณน้องๆทุกคนที่ช่วยทำให้งานนี้สำเร็จไปได้
น้องเอกทุกคน .....พี่รักพวกหนูจัง.....
น้องโอช่วยจัดไฟให้พี่เต็มความสามารถเลย ถึงแม้ว่าหนูจะยุ่งๆก็ตาม...มีคนชมเยอะเลยนะ
ตูน...ขอบคุณเรื่องดอกไม้นะ...เค้าไม่รู้หรอกว่าต้องใช้ดอกไม้อะไรจัดยังไง...เอ็งเก่งมากที่จัดดอกไม้พวกนั้นคนเดียวเลย
แพร...อย่าคิดว่าแกไม่ได้ช่วยไรนะ...แกช่วยเป็นสติให้เค้าได้ตั้งเยอะ...
อาจารย์แพร่...อาจารย์คะ หนูไม่นึกว่าอาจารย์จะน่ารักขนาดนี้นะเนี่ยะ ถึงแม้ว่าพวกไอ่แพรมันจะนินทาอาจารย์ให้ฟังบ่อยๆ หนูก็จะไม่เชื่อทั้งหมดเหมือนแต่ก่อนแล้วล่ะค่ะ(???) ขอบคุณที่พาไปซื้อดอกไม้ถึงแม้จะค่ำมืดดึกดื่น(แถมช่วยเป็นกรรมกรแบกหามให้ด้วย)
ขอบคุณอาจารย์โกวิท ที่อุตสาห์หามุมมืดๆ นั่งหลบไม่ให้เราเห็นตอนแสดง(แต่เห็นตอนเดี่ยวจบแล้ว..ว่านั่งอยู่ตั้งแต่เริ่มแสดง) แล้วยังชวนอาจารย์พงษ์ศิลป์ไปนั่งด้วยซะอีกแน่ะ
ขอบคุณอาจารย์พงษ์ศิลป์ ที่มาดูไบท์แสดง เพลงเดี่ยวล่มๆของไบท์คงไม่ทำให้อาจารย์สะเทือนใจมากนักนะคะ ไบท์ขอโทษที่มันล่ม...ไบท์ตั้งใจเต็มที่แล้วนะคะอาจารย์
ขอบคุณทุกคนที่มาดูด้วยนะคะ ไม่ว่าคุณจะรู้ว่ามีการแสดงนี้มาได้อย่างไรก็ตาม(ประชาสัมพันธ์ไปก่อนหน้านั้นวันเดียวเอง)
ไบท์อยากให้ป่าป๊าได้มาดูจังค่ะ
(ป๊าคงกอดไบท์แล้วบอกว่า...ไม่เป็นไรน่า...ทำดีแล้วลูก) December 21 อยู่คนเดียวการอยู่คนเดียวมันเหงานะ
ใครๆก็รู้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับคนที่มีเพื่อนน้อย เมื่อเวลาที่เพื่อนที่มีอยู่น้อยนิดนั้น เหินห่างไป
ก็จะยิ่งรู้สึกไม่มีใคร...
คนที่มีเพื่อนเยอะๆ มักไม่ค่อยรู้สึกเหงาเวลาที่เพื่อนสักคนห่างตัวไป
เพราะยังไงก็จะต้องมีเพื่อนอีกซักคนที่ยังอยู่ใกล้ตัวอยู่ดี
คุณอาจจะเคย...หรือไม่เคยเกิดความรู้สึกเหงา เพราะเพื่อนๆไม่สนใจ
สำหรับฉัน...ฉันรู้ดี ในฐานะที่เคยเป็นทั้งคนถูกทิ้ง และคนที่ทิ้งเพื่อน
หลายครั้งที่ฉันถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว เพราะเพื่อนของฉันนั้นก็มีเพื่อนคนอื่นๆอีกมาก
ถึงแม้เขาจะไม่มีฉัน
เขาก็จะมีเพื่อนคนอื่นๆ ที่คอยอยู่เคียงข้างเขาเสมอ
ในขณะที่ฉันถูกทิ้ง...เขาก็จะไม่รู้สึกว่ามีใครบางคนที่เฝ้ารอคอยเขาอยู่เสมอ
แต่ในบางครั้ง ฉันก็สนุกสนานไปกับการมีเพื่อน จนอาจละเลยเพื่อนอีกบางคน
ปล่อยให้เขาอยู่เดียวดาย และอ้างว้างอย่างที่เวลาฉันถูกทิ้ง
ฉันพยายามหาข้อดีของการอยู่คนเดียว ซึ่งจริงๆแล้วมันก็มีข้อดีเยอะอยู่เหมือนกัน
อย่างแรกก็คือ มันทำให้เราได้คิด ในสิ่งที่เราทำลงไป
คิดถึงเรื่องดี และเรื่องไม่ดีที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา
(แต่ในขณะเดียวกัน ความคิดนี้ก็เป็นดาบสองคม
ที่คอยทำร้ายคนเราเวลาอยู่คนเดียว)
อย่างที่สองคือ เราจะมีเวลาทำสิ่งที่อยากทำ
ซึ่งอาจเป็นเรื่องที่เพื่อนเราไม่อยากทำ
เช่นคุณชอบเดินดูของแต่ไม่ชอบซื้อ
ดังนั้นคุณจะใช้เวลาเป็นวันๆ เดินไปมาอยู่ในห้าง
แต่ไม่ซื้อ และนั่นคือความสุขที่สุดของคุณ
ในขณะที่เพื่อนของคุณอาจจะไม่ชอบเดินเล่นอย่างคุณ
เขาจะซื้อๆ แล้วก็เผ่นกลับบ้านทันที
ฉันว่าข้ามไปที่ข้อเสียเลยดีกว่า
เพราะฉันว่ามันเป็นข้อเสียที่ออกจะร้ายแรง
และสะเทือนใจฉันมากที่สุด
การอยู่คนเดียว
นอกจากจะทำให้คุณคิดมาก (จนอาจทำร้ายตัวเองแล้ว)
จะไม่มีใครรู้ว่าคุณทำอะไร ถ้าคุณไม่บอกใคร แล้วอยู่คนเดียว
คุณอาจจะคิดว่ามันไม่ร้ายแรง แต่ถ้า...
วันนึงคุณไปซื้อของคนเดียว
แล้วเกิดเจอโจร กระชากกระเป๋า ตีหัวคุณสลบ ลากคุณเข้าพงหญ้า แล้วทิ้งเอาไว้อย่างนั้น
ใครจะรู้ว่าคุณถูกทำร้าย...
เพราะคุณอยู่คนเดียว ไม่เคยบอกใครว่าคุณจะไปไหนหรือทำอะไร
แล้วถ้าเกิดวันนึง คุณนอนอยู่ที่คอนโด ...คนเดียว...
แล้วเกิดคุณนอนหลับไป แล้วไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย
ใครจะมาช่วยคุณทัน
ใครจะรู้บ้างว่าคุณจะยังมีชีวิตอยู่ หรือ...ไม่
การอยู่คนเดียวมันโดดเดี่ยวใช่มั๊ย
คุณอาจรู้สึกเหงามากๆเวลาต้องอยู่คนเดียว
แต่รู้ไว้เถอะ ยังไงซะมันคงไม่เหงาได้เท่ากับ
การมีลมหายใจเฮีอกสุดท้ายคนเดียวแน่ๆ
มันคงยังไม่สายไปหรอก ที่จะรักษามิตรภาพดีๆ
ของคำว่าเพื่อน ไว้ให้ยาวนานที่สุด
ดูแลคนรอบข้างของคุณให้ดี
คุณคงไม่อยากตายอย่างโดดเดี่ยวใช่มั๊ยล่ะ December 17 วันนี้ปวดตาจังปวดตา ปวดตา ปวดตา
สงสัยสายตาจะสั้นขึ้น...
ตายแล้ว...แย่ล่ะ...ถ้าสั้นขึ้นจะเอาตังค์ที่ไหนไปตัดแว่นใหม่ฟะ...
เฮ้อ...
สงสัยช่วงนี้ดูทีวี กะอยู่หน้าคอมมากไปหน่อย
อ่อแล้วก็...
ทีสิด..กาลังจาแย่..ช่วยด้วย...... December 03 tri-artsแย่งแนนอัพสเปสคับ แนนบอกว่าจะอัพเรื่องสามประสาน แต่เราก็...เหอะๆ...อยากแย่งอัพอ่าค่า...
วันนี้ได้เจอแนนด้วยเว้ยยยยยย โครตฟลุ๊ก (โตดค๊าบที่ใช้คำไม่สุภาพ...แต่เพื่อบอกว่าโห..มันฟลุ๊กจริงจริ๊ง..) แค่นั้นล่ะจ้า
เรื่องสามประสานก็ไม่มาก... วันนี้แล้ว...คงสนุกกันน๊า... เค้าต้องกลับบ้าน...ไม่ได้อยู่ด้วย เสียดายที่สุดเลย ต้องกลับไปจัดการเรื่องรูปติดกำแพงวัด..(เหอะๆ) ที่หาตั้งนาน...ไม่เจอ แต่บทจะหาเจอก็เหมือนมีอะไรบอกว่ามันจะอยู่ตรงนั้นนะ...อะไรทำนองนั้นเลย
หนุกไม่หนุกเด๋วก็รู้นะงานสามประสานเนียะ ไอ่นู๋โฟร์ทก็ไปด้วยล่ะ...กลับมาแล้วมาเมาท์ให้ฟังมั่งนะไอ่น้องสาว
... ... พี่คิดว่าการทำโครงการเพื่อความสัมพันธ์ มันก็ควรจะเกิดขึ้นด้วยทัศนคติที่ดี และความต้องการที่จะได้พบกับใครอื่นๆที่ต่างสังคมกับเราด้วยความสมัครใจ และเต็มใจ จริงมั๊ย ... ... ... น้องโอ..เพลงเพราะนะ ... นอกจากสิ่งที่บอกในเพลงแล้ว...เพลงนี้ทำให้พี่รู้อย่างนึงว่า... รอบตัวเรามีคนที่มีความสามารถอยู่มากมายจริงๆ...
(^_^)
November 30 ขอบคุณน้องๆมากๆเลยนะคับ
ดีใจจังที่ยังมีคนคิดถึงเรา...(เอ...หรือว่าคิดถึงคนอื่นแล้วบังเอิญเป็นเพื่อนเรา)
ของคุณหลายๆ ที่ thanks พี่นะจ๊ะน้องๆ
ขอบอกว่า
ขนมอาหย่อยมาก
คุ๊กกี้...บ้านหนุ่มโสด (และไม่โสด) อร่อยมาก ของพี่ก็อร่อย ของที่พี่แย่งไอ่แพรกินก็อร่อย (เหลือของไอ่แนน ถ้าพี่หิวทนไม่ไหวก็คงเสร็จพี่อีกล่ะจ่ะ...ล้อเล่นอ่า...เห็นเค้าเป็นคนยังไง)
ชอกโกแลต...ของน้องติม สามอันที่ให้มา หมดเกลี้ยงเยย
ไมล์ดี้...ของใครหว่ามาพร้อมกันกับคุ๊กกี้อ่ะ ขอเก็บไว้กินยามอดอยาก
ตุ๊กตาวูดุของน้องหนูดลก่าน้องหนูเปิ้ล พี่เอาติดกาเป๋าไว้กันขโมยขโจรกันหาย และอื่นๆแล้วนะจ๊ะ ขอบคุณมาก
มีเข็มกลัดของหนูป้อ...หนูพยายามมากมายอ่ะ ทำเองเลย
แล้วก็อีกคนนึง ที่ต้องขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยคือ น้องรหัสไอ่แพร น้องโบ หนู่ให้โอรีโอ้ไอ่แพร พี่ก็พลอยได้ส่วนกุศลไปด้วยนะจ๊ะ อาหย่อยอ่าค่ะ
ขอบคุณน้องๆทุกคนทั้งที่พูดถึงและไม่ได้พูดถึง ที่ฝากของมาให้พี่ และไอ่แพรทุกคนเลยนะจ๊ะ พี่ดีใจน้ำตาไหลเลย
ขอบคุณมากมากค่า... ใจ สมอง กับสองมือลืมบอกไปว่าดูแฮรรี่มาแล้วล่ะ
หนุกมากมาย
เรื่องก็รู้อยู่แล้วน่ะนะ แต่ที่ว่าสนุกน่ะ มันสนุกที่ได้ดูฉากอลังการตื่นตาที่สุดเลย (..รู้สึกว่าดีจังที่ได้ดู)
อืม...หลายคนบอกว่า
หนังมันไม่เหมือนในหนังสือ...ไม่สนุก
แต่เราว่า...หนังก็คือหนัง...จะให้ทำให้เหมือนหนังสือ...ก็ไม่ได้หรอก(ก็ไปอ่านหนังสือเด่ะ..55)
แล้วก็อีกเรื่องนึงที่จะเล่า
ตอนนีถึงช่วงสุดท้ายในชีวิตมหาวิทยาลัยแล้ว
เราก็ต้องยุ่งๆเรื่องทำทีสิด แต่แค่คิดก็ยังวุ่นวายใจ นอนไม่หลับตั้งหลายวันแล้วเนี่ยะ ไม่รู้ว่าสิ่งที่คิดจะออกมาเป็นรูปเป็นร่างได้ยังไง แล้วก็เสียงคัดค้านในหลายเรื่อง จากหลายฝ่าย ก็ทำให้เราสับสน แล้วก็ตันมากๆ คิดอะไรไม่ออกเลย
ดูเหมือนว่าตอนนี้จะเป็นช่วงที่เราต้องการทั้งกำลังใจ กำลังกาย กำลังสมอง แล้วก็กำลังทรัพย์ อย่างมากมากเลย ซึ่งปัญหาก็คือทุกอย่างที่เราต้องการนั้นมันก็หาได้ยากเสียเหลือเกิน
มีนักเขียนคนนึงบอกว่า...
ชีวิตมหา.ลัย ชีวิตนักศึกษา เป็นช่วงเวลาที่พวกเราจะเห็นโลกใบเล็กนิดเดียว ทำอะไรก็ดูง่าย มีเสรีภาพ และตอบสนองความต้องการ ความอยากรู้อยากเห็นอยากทำของวัยนี้ได้อย่างดีเยี่ยม
.......เราก็เห็นเป็นจริงตามนั้นล่ะ เพราะชีวิตมหา.ลัยที่เราได้พบได้กระโดดเข้าไปตีคลี คลุกวงในด้วยแล้วเนี่ยะ ก็ออกจะมีความสุขและทำทุกอย่างได้ตามต้องการ จะคิดเมกะโปรเจกต์ขนาดไหนก็เป็นจริงได้ดังปาฏิหาร แต่มาถึงอีกช่วงเวลานึง ที่ชีวิตได้หลุดออกมาจากความสุขเหล่านั้นแล้ว เราก็จะได้รู้ว่าชีวิตในสังคมที่คนโตๆเข้าอยู่กันนั้น มันมีอะไรมากกว่านั้นอีกมาก จะคิดจะทำอะไรก็ไม่ได้ง่ายเหมือนตอนอยู่มหาลัย
........จงใช้ชีวิตที่มีอยู่ตอนนี้ให้คุ้มค่าเถอะนะน้องๆ พี่ก็จะจบซะแล้ว ยังคิดเลยว่ายังไม่ได้ทำอะไรที่อยากทำตั้งหลายอย่างแหนะ
........ฉันอยากให้มันง่ายกว่านี้จริงๆ |
|
|