Profilo di narawani'm a byteFotoBlogElenchiAltro ![]() | Guida |
i'm a byte |
16 aprile กลับมาแล้วววกลับมาแล้วจ้า
จากโคราช ถึงกรุงเทพ
ไม่ลำบากอย่างที่คิด
มีสงกรานต์ดีๆกับเค้าเหมือนกันปีนี้
(ถึงแม้เรตติ้งจะตกไปหน่อย
ปีนี้ไม่ค่อยเปียกเลย เพราะอยู่แต่กะบ้าน
แต่ก็สนุกเพราะเจอญาติเยอะแยะ
ประเดนสำคัญ
แฮปปี้ดีจ้า 12 aprile NETติดเนตที่บ้านใหม่แล้วล่ะ (ในที่สุด)
เดือนนี้หมดเงินไปเยอะมาก
ข่าวดีคือ
ติดเนตแล้ว
ข่าวร้ายหลังจากติดเนตสองวันคือ
คอมเสีย ซะงั้น
แหม๋...ทำไปได้
เซ็งกว่าเดิมเพราะนอกจากจะเสียเงินติดเนตแล้ว
ยังต้องเสียเงินซื้อคอมมาใช้เนตให้คุ้ม เพราะไม่งั้นจะเสียตังค์ค่าเนตฟรีๆ
คิดได้เนอะ 26 novembre คนๆนี้ กำลังมีความสุขช่วงนี้ มีความสุข ทั้งเรื่องงาน เรื่องเงิน เรื่องฟามร๊ากกกกก Happy จังเลย....... 19 marzo เย้ๆเย้...ในที่สุดก็อัพได้ ไม่ใช่ไรหรอก...ใช้เครื่องแมคแล้วมันอัพไม่ได้อ่ะ ไม่รู้เป็นอะไร ก็เลยต้องมานั่งพีซีอัพจนในที่สุดก็พิมพ์ได้แล้ว ไชโย! อยากจะเล่าเรื่องไปงานแต่งพี่เก๋ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วละล่ะ จนกว่าจะอัพได้ก็บัดนี้นี่เอง เวลาก็ผ่านไปตั้งอาทิตย์ซะแล้ว มันก็คงไม่ได้อารมณ์สดเหมือนแรกๆที่อยากจะเขียนหรอกมั๊ง แต่ลองอ่านดูละกัน ผู้ร่วมเดินทาง : แนน ไบท์ พี่ติ พี่เต้ พี่วี พี่ดา พี่จุ๊ พี่ฝน พี่ปิง พี่เทป (คิดว่าแค่นี้นะ) วันที่ 11 มีค.50 ตื่นตีสี่ ไบท์กะแนนอาบน้ำแต่งตัวไปรอพี่ติที่อนุเสาวรีย์ตีห้า แต่พี่ติติดต่อไม่ได้ เราก็นั่งเปลี่ยวกันอยู่สองคน กอดหมอนที่เป็นของขวัญให้พี่เก๋ด้วย ดูประหลาดสุดๆ รออยู่นาน พี่ติติดต่อมาอีกทีก็ตีห้าครึ่ง บอกเพิ่งตื่น!!! โอ้ว แล้วบ้านพี่ติอยู่สมุทร( ) อะไรซักอย่างรู้แต่ว่าไกลว่ะ กว่าจะมาถึง แล้วนี่ที่เราตื่นเช้ากันเพราะต้องไปถ่ายรูปงานเช้าตอน 7 โมงไม่ใช่เร๊อ!!! แล้วจะทันมั๊ยน่ะห๊า สระบุรีนะคับ ไม่ใช่รังสิตจะได้ออกหกโมงกว่าก็ทันน่ะฮะ แต่ไม่เป็นไรหรอก ขำๆ ถึงเกือบทัน (ไม่ทันอยู่แล้วล่ะ) รถคันที่ไปด้วยกันก็มีพี่เต้ แนน ไบท์แล้วก็มีพี่ติเป็นคนขับคับ การเดินทางราบรื่นม๊าก ถ้าไม่นับที่พี่ติขึ้นทางด่วน แล้วนึกอยากจะจูบกับเกาะกันถนนทางแยก(แต่เบรคทันไปเส้นยาแดงพอดี๊ ไบท์นั่งข้างหน้าตื่นเต้นตัวเกร็งฉี่เกือบแตก 555) แล้วก็ถ้าไม่นับที่ฝ่าด่านเก็บค่าทางด่วน(มีเสียงหวอดังแล้วพี่ติก็เบรคตัวโก่งลงไปจ่ายตังค์) แล้วก็ถ้าไม่นับ......แฮะๆสรุปว่ามันไม่ได้ราบรื่นใช่มั๊ยอ่ะ เราถึงบ้านพี่เก๋ที่สระบุรีกันโดยสวัสดิภาพ(?) ตอนประมาณ 8 โมง พี่ติก็มีภาระกิจถ่ายรูปให้พี่เก๋ทันที เพราะพระท่านกำลังจะให้พรพอดี แล้วพวกเราที่ไปถึงก็ได้รับการต้อนรับอย่างดีด้วยข้าวปลาอาหารล้านแปด พร้อมด้วยการเปิดวงสนทนาของบรรดาป้าๆลุงๆอักษรรุ่น34 ที่นานๆทีจะโคจรมาพบกัน ญาติๆของพี่เก๋ก็เลี้ยงดูปูเสื่อเราอย่างดี (แต่พี่ติก็ต้องวิ่งไปมาเหงื่อซกถ่ายรูปอยู่นั่นเอง) งานผ่านไปอย่างราบรื่น(เหมือนการขับรถของพี่ติ) มีเสียงคนบอกให้เอานู่นมาไว้ที่นี่เอานี่มาไว้ที่นั้นกันให้ระงม แต่ที่เด็ดสุดคือเจ้าสาว ด้วยความเป็นสาวอักษร ชีจึงบันดาลได้ทุกสิ่ง 555 ดูเป็นออแกไนซ์ที่ชำนาญงานตัวจริงเลยทีเดียว โดยรวมแล้วงานให้บรรยากาศที่อบอุ่น แล้วก็ได้สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนของจริงคับ อ่อ..พี่เก๋สวยมากในชุดไทยสีครีม ดูไท๊ยไทย สมกับเป็นสาวอักษรเอกไทยเลยเชียวล่ะ เสร็จงานช่วงเช้า พวกเรา(พี่ติ พี่ดา พี่เทป พี่เต้ แนน ไบท์) ก็ชวนกันไปเที่ยว ก่อนที่จะกลับมางานรอบเย็นอีกครั้ง ตอนแรกว่าจะไปเขื่อนป่าสักฯ แต่จากที่เคยไปมา ต้นไม่ยังโตไม่ทันให้หายร้อนแน่ๆ แล้วอากาศวันนั้นก็ร้อนตับแตก เราจึงเลี่ยงกันไปน้ำตกเจ็ดสาวน้อย แล้วก็ว่าจะเลยไปกินไอติม "อืม...มิลค์" (ที่ไบท์เคยเล่าให้ฟังแล้ว)ให้หายร้อนกันซะหน่อย ว่าแล้วก็ออกเดินทาง (คราวนี้ไบท์ขอขับเองละกันนะพี่ติ) เราไปเจ็ดสาวน้อยกันด้วยความงงงง เพราะไบท์เองเคยไปแต่ก็จำทางไม่ค่อยได้ แต่ก็รู้ว่าจะมีป้ายบอกตลอดทางอยู่แล้วเลยไม่กลัวเท่าไหร่ ทางไปน้ำตกเจ็ดสาวน้อยนี่เราจะสามารถแวะไปดูอุโมงค์ต้นไม้ได้ด้วย เห็นพี่เทปบอกอยากเห็น ไบท์ก็เลยนำทางไปอุโมงค์ต้นไม้ก่อน (แต่พี่เทปที่ขับรถตัวเองตามไป...หายไปไหนก็ไม่รู้ไบท์ พี่ติ แล้วก็แนน เลยขับไปดูอุโมงค์ต้นไม้อยุ่คันเดียวซะงั้น) อุโมงค์ต้นไม้...ใครเคยไปมั่ง ไบท์จำไม่ได้ว่าเคยไปนะ ตอนแรกนึกว่าจะเป็นต้นไม้ใหญ่ๆ แล้วเค้าเจาะอุโมงค์ให้รถลอดผ่านได้ เหมือนที่เมืองนอกไง แต่อันนี้ไม่ใช่ล่ะ เราขับเข้าไปลึกมาก...ลึกจนตอนแรกนึกว่าจะหลงซะแล้ว...แล้วอยู่ดีๆก็เจอ มันเป็นช่องภูเขาสูงประมาณ สามเมตร แล้วบนนั้นก็มีต้นไม้โน้มเข้าหากันสองข้างทาง เหมือนอุโมงค์ ถ้ามาตอนหน้าฝนต้นไม้คงจะเขียวครึ้มกว่านี้มาก เพราะที่เราไปเห็นมีแต่กิ่งก้านไม่มีใบให้เห็นเลย ถ่ายคลิปมาเหมือนกันนะจากมือถืออ่ะ เห็นเป็นขาวๆไปหมดเพราะถ่ายในรถมองๆแล้วเหมือนวินเทอร์ มีหิมะปกคลุมไรงี้...เป็นไงเวอร์มะ จากนั้นก็ไปน้ำตกกันต่อ รถพี่เทปมาถึงก่อนพักนึง เราลงไปดูน้ำตกกันแค่ชั้นเดียว คนเยอะแยะไปหมด เพราะวันนั้นวันอาทิตย์ เทียบแล้วก็คงเหมือนเด็กไปเที่ยวสวนน้ำที่เดอะมอลล์มั๊ง แต่นี่เป็นผู้ใหญ่ แล้วก็มีวงเหล้าเยอะมาก น้ำดูไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่เสียงจากวงเหล้านั้นตีกับวงเหล้านี้ทั่วไปหมดแหละ แต่ก็น้ำเยอะดีนะ ลมเย็นดีด้วย เรานั่งกันพักนึง ก็รู้สึกว่าทำอะไรมากไปกว่านั้นไม่ได้ เพราะชุดก็ไม่ได้เอามาเปลี่ยน เบาะรถก็กำมะหยี่ เล่นน้ำไม่ได้ เลยไปดีกว่า ออกจากที่นั่นเราก็ไปกินไอติมกัน อืมมิลค์ ก็ยัง อืมมมม เหมือนเดิมแหละ มีความสุขจังเลย กลับมางานแต่งพี่เก๋ช่วงเย็น มีพี่ปิง พี่ฝน พี่จุ๊ พี่วี มาสมทบ พี่ปิงพยายามจะมอมเจ้าบ่าวด้วยเหล้าครึ่งแก้วผสมโซดา แต่ไม่สำเร็จเพราะเจ้าบ่าวโชว์ ซดรวดเดียวแบบทองไม่รู้ร้อน(ย้อมใจ) เจ้าสาวก็อยู่ในชุดขาวเฉิดฉายประหนึ่งนางพญา ตามสไตล์พี่เก๋เค้าล่ะ อิอิ หลังจากเลิกงานพี่ๆรุ่น34 เค้าตั้งใจจะค้างโรงแรมที่สระบุรี(กินเหล้า) สังสรรค์กันต่อเพราะไม่ได้เจอกันนาน ไบท์ก็เลยเสนอบ้านที่ปากช่องให้เป็นตัวเลือก พี่ๆก็เห็นดีด้วย(ไบท์เลยลางานวันจันทร์แบบสายฟ้าแลบ) เราขับรถไปประมาณ 1 ชัวโมงก็ถึงปากช่อง พอไปถึง อาชาย เจ้าของบ้านสวนสวยก็เตรียมมุมสวีทวีดวิ้วไว้รอรับที่ชานบ้าน เปิดไฟแสงส้มๆ กับมุมโต๊ะกลมไม้สัก พร้อมกับแก้วคว้ำไว้รอหกใบ พี่ๆชอบกันใหญ่(ไบท์ดีใจสุดๆ อิอิ) แต่เราเลือกจะตั้งวงกันที่ลานกว้างข้างล่างเพราะกลัวรบกวนเจ้าของบ้านด้วยสิงสาราสัตว์ซะก่อน บรรยากาศบ้านสวนวันนั้น ไบท์ว่าดียิ่งกว่าปกติ เพราะความครึกครื้นของพี่ๆ(เสียงหัวเราะเต็มที่ที่บ้านนี้ขาดหายไปนาน) ท่ามกลางร่มไม้ร่มรื่น คลองที่ไหลผ่านหลังบ้านทำให้เย็นสดชื่นตลอดเวลา บ้านทรงไทยเหนือยกใต้ถุน (อยากเห็นบ้านเต็มๆก็ลองดูในรูปเก่าๆในสเปสนี้แหละ มีทุกมุมเลย) กินเหล้าตากน้ำค้างก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ ขำพี่วีทีคิดเกมชวนให้ทุกคนเล่น แต่ตัวเองกลับเล่นแพ้มันทุกรอบ กว่าจะได้นอนกันก็ตีสามกว่า วันนั้นเป็นวันที่ใช้เวลาได้คุ้มค่าครบ 24 ชั่วโมงจิงๆ ตื่นตีสี่ นอนอีกทีตีสามกว่าๆ หลับดีเพราะแอลกอฮอล์นิดหน่อยมั๊ง แต่ก็มีความสุขมากๆๆๆๆ มีต่อนะ...แต่กลัวจะยาวไป วันนี้พอแค่นี้ก่อนละกันนะจ๊ะจุ๊บๆ 04 dicembre โคราช-กรุงเทพฯ (ยังเป็นเรื่องขับรถอ่ะ)เบื่อกันรึยัง...
เอาน่ะ...อย่าเพิ่งเบื่อละกาน...เพราะคราวนี้มีเรื่องตื่นเต้นมาเล่า
วันก่อน คุยกะแม่ว่าอยากลองขับรถในกรุงเทพดูซักครั้งจังเลยล่ะ...แม่ก็แปลกเกินคาด..ให้เอาง่ายๆ...ลูกละเป็นงง สรุปว่าอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ไปโคราช แล้วก็ขับรถแม่กลับมากรุงเทพฯ อืม...ตอนแรกก็กลัวอยู่ว่า แม่จะใช้รถอะไรไปทำงานล่ะ..บ้านก็อยู่ตั้งลึก...แต่แม่ก็บอกว่า ไม่เป็นไร สบายมาก อืมๆ...ก็ได้แม่ (ท่าทางจะอยากให้ลูกลองเอารถมาใช้จิงๆ) อืม
ว่าแล้ว ก็ถึงวันออกเดินทาง หลังจากที่ร่ำลากันเรียบร้อย และหลังจากที่แม่พร่ำบอกว่า ให้ขับช้าๆ ค่อยๆไป อีกหลายสิบรอบ (โหย..รู้แล้วค่าคุณแม่...หนูก็กลัวเป็นนะค๊า เพิ่งขับเป็นใครเค้าจะกล้าสวีดสวาดกันล่า) เราก็ออกเดินทางกันประมาณ บ่ายหนึ่งก่าๆ อืมๆ ออกรถได้ (ไบท์+โฟร์ท) ก่อนหน้านั้น ไอ่เจ้าคุณน้องก็บอกว่าเราขับน่ากลัว เราก็งงอ่ะ..เพราะขับก็ช้านะ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าน่ากลัวตรงไหน แต่ อืม..น่ากลัวก็น่ากลัว เค้าจะระวังละกัน เราออกมาช้าๆ ขับมาเรื่อยๆ ประมาณ 80-90 (เอง) แล้วก็แวะที่ปากช่องด้วยสวัสดิภาพ (โคราช-กรุงเทพคับ)
คุยกะคุณย่าไปมาอยู่พักนึก (แกไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ เพิ่งออกมาจาก รพ. ดูอาการดีขึ้น เดินเหินได้ แต่สภาพก็ยังไม่เต็มร้อยอ่ะ) แล้วก็เดินทางต่อ...ปากช่องอากาศค่อนข้างดีนะ..เราไปถึงกันบ่ายสองกว่า อากาศไม่ร้อนมาก แต่ก็ไม่เย็นนะ ซึ่งปกติ มันควรจะหนาวแล้วด้วยซ้ำ
ที่ต่อไปที่เราแวะ ก็คือ ฟาร์มโชคชัย ความฝันของชั้นเลยเชียว (ลอกคำไอ่แอมมา) ที่จะได้ขับรถแล้วก็มาแวะที่นี่ เพราะถ้าไม่มีรถขับมาเองก็จะมาลำบากมาก ที่สำคัญก็คือ ไอติมที่นี่อร่อยสุดตรีน นั้นแหละจุดประสงค์หลักล่ะ เราแวะทานไอติมกัน คนละถ้วย แล้วก็ซื้อฝากแพร อ่อซื้อนมด้วยนะ นมสดที่นี่เรียกว่าสดมากๆ ใครที่กินนมบ่อยๆ ก็อาจจะท้องเสียได้ เพราะนี่คือนมโคแท้ๆ ไม่ผสมนมผง หึหึ อ่อ ที่สำคัญ เค้าเอาวัวมาตั้งให้ดูในห้องกระจก แล้วก็รีดให้ดูกันเห็นๆไปเลย (สงสารวัวอ่ะ...ต้องอยู่ในห้องกระจกมีคนเกาะกระจกดูอยู่มากมาย...โซพัวร์) อืม...มิล์ค---คือชื่อไอติม กินแล้วมันก็ อืมมมม จิงๆซะด้วย ทั้งนม ทั้งไอติมเลย ใครผ่านมาทางนี้ก็แวะกันได้ นอกจากขนมอร่อยแล้ว เค้ายังมีกิจกรรมทัวร์ฟาร์ม ฯลฯ ด้วยนะ อืม
อ่ะ...ต่อดีก่า...เราก็ไปต่อ...แต่ไม่นานนักหรอก...แวะอีกละ เพราะเจ้าคุณน้องเค้าจะซื้อกะหรี่พัฟ ฝากเพื่อน อะได้...จัดห้าย อ่ะแวะ...คราวนี้ เรื่องแรกมาละ เราก็เข้าจอดในที่จอดปกติแหละ แต่มันเป็นเนินอ่ะ จอดแล้วก็ไหลดิ่...แต่เอ...กรูดึงเบรคมือแล้วไม่ใช่หรออออ...ทำไมมันไหลอ๊า...งง อ่ะ...ดึงใหม่ๆเอาให้มันหลุดคามือมาแมร่งเลย...อืม...โอเค...อยู่ละ (แต่มันไม่หลุดนา อย่าตกใจ) แต่คุณน้องชั้น ตกใจไปเรียบร้อยแล้ว คะแนนความไว้ใจหล่นไปจาก 50 เหลือซัก 20 เห็นจะได้ (เดิมที่ก็ไม่ได้ไว้ใจกรูอยู่แล้วซะด้วย) เอาน่า...ชิวๆหน่อยไอ่น้อง อย่าตกใจ ของอย่างงี้มันเกิดขึ้นได้....
ซื้อของเสร็จเราก็ไปกันต่อ (รู้สึกจะแวะบ่อยเป็นพิเศษ) จริงๆแล้วเราก็แวะกันอีกที่สองที รึไงเนียะ แต่ตัดไปตอนเข้าแถบกรุงเทพกันเลยดีก่า ขั้นต่อไปก็ต้องไปส่งคุณน้องที่ ม. ค่ะ อ่ะ...โอเค รู้ๆ ว่าม.มันอยู่ตรงไหน...แต่ว่า...ไม่เคยขับรถเข้าไปเองนิ่...เราก็ถามมันว่า มันมีสะพานข้ามใช่มะ ตรงแยกอ่ะ ชั้นต้องชิดซ้ายใช่ปะ อะ...มันบอกว่าไม่มี ไม่รู้...ซะงั้นน่ะ...โอเค กลับรถก็ได้ เราก็ถามมันอีกว่า...ข้างหน้ามีสะพานกลับรถใช่ปะ มันก็บอกว่า ไม่มี ??? เออ...สรุปว่ามันมีแค่ที่กลับรถที่ต้องชิดขวาใช่ปะ อืมๆ ชิดขวาๆ ขับไปๆ เอ...ทำไมมันมีป้ายเขียนว่า ม.ธรรมศาสตร์ ชิดซ้ายขี้นสะพานกลับรถฟะ...หันไปมองหน้ามันทีนึง แล้วก็อืมมมม...กรูจะเข้าทันมั๊ยเนียะ รถก็แมร่งเยอะโคตร ว่าแล้วด้วยความที่กรูรนอ่ะ...กรูก็แอบปาดหน้ารถตู้ไปคันนึง เค้าบีบแตร ตบไฟใส่กรูซะป๊าดใหญ่ หัวใจกรูหล่นไปตาตุ่มแหนะ...กลับมาๆลูก (รถไม่ดับก็ดีเท่าไหร่แล้ว) ไปต่อเห๊ออออ~ หลังจากนั้นก็ขับด้วยอาการตุ๊มๆต่อมๆไปพักนึง...เรียกสติกลับมาได้ ก็ถึงทางเลี้ยวละ โอเค..ส่งมันได้...มันถึงทีละ...ทีนี้ตากรูมั่งละ
อ่ะ...ต่อไปต้องขับไปบ้านแพร เอาไอติมไปให้ อันนี้ไม่ยากๆ ตอนแรกว่าจะไปทางธรรมดา แต่เห็นละว่า ติดละเกิ๊น สงสัยไอติมจะละลายก่อน ขึ้นทางด่วนดีก่า อ่ะ ขึ้นทางด่วน สบายมาก แค่ทางด่วนเองเนาะ ขับไปเรื่อยๆ ยังไม่มีด่านเก็บตังค์คับ อ่ะ เรื่อยต่อไป เย้ ขับเหมือนออกต่างจังหวัดอ่ะ รถไม่มาก เรื่อยๆ ....แต่...เอ...นั่นช่องเก็บตังค์ใช่ป่าวหว่า อ๊ะใช่จิงด้วย เท่าไหร่น้อ ไม่เคยขึ้นซะด้วย ว่าแล้วก็ขับไปต่อคิวจ่ายตังค์ แต่ตาดันเหลือบไปเห็นช่องข้างๆ แหม๊...ว่างน่าขับไปซะจริง เราก็เลย ออกจากแถวไปช่องนั้นซะเลย แต่ทว่า เฮ้ย ทำไมมีป้ายบอกว่า มากกว่า 6 ล้อ ชิดซ้ายฟะ อ่าว กรูกะลังชิดซ้ายอยู่ไม่ใช่หรอ รถกรูมีสี่ล้อเองง่ะ...กรูเข้าผิดใช่มั๊ยเนียะ ด้วยความตกใจ กรูก็ชะลอรถ เกือบจอดละ แต่...กรูเห็นเก๋งคันนึงมันตามกรูมา แล้วตบไฟใส่กรู แล้วก็แซงกรูไป??? อ่าวนี่สรุปว่าไปได้ใช่ปะน่ะ โอเค ไปได้ก็ไปเด่ ใครจะอยู่ให้โดนตบ(ไฟ) อีกฟะ จากนั้นก็ไม่มีไรละ เรื่อยๆ จนถึงทางลง เอ...กรูลงตรงนี้ดีมั๊ยน๊า อืม..ลงละกัน เค้าว่า ทางออกรัชดาภิเศก อืม ไปถูก แต่ว่าลงไปโผล่ตรงไหนไม่รู้นะ แต่แม่นทางอยู่แว้ว มั่นจายเฟ้ย บลาๆๆๆๆ อีกยืดยาวอ่ะ ตอนนี้ไม่มีไรมาก เอาเป็นว่าถึงบ้านแพรอย่างปลอดภัย แล้วไอติมก็ยังแข็งเป๊ก เพราะเค้าใส่น้ำแข็งแห้งไว้ให้ แอร์รถก็เย็นโคตร มันจะละลายได้ไงฟะ
เช้าวันนี้ ก็เป็นวันลองของของเรา ขับรถไปทำงานคับพี่น้อง ไปละน๊า...
ดอกแรก...กรูขึ้นสะพานผิด เสียเวลา ต้องกลับมาตั้งต้นใหม่ที่บ้านซะง๊าน
อืม...ถึงที่ทำงานอย่างปลอดภัย พอเย็น...ก็กลับบ้านดิ่
เจอดอกสองทันที...ดันชวนพี่ที่ทำงานกลับด้วย บอกว่าเด๋วจะไปส่งท่าเรือทองหล่อ ไม่ไกลๆ ทางผ่าน อืม...ทางผ่านจิงๆ ถ้ากรูเจือกไม่เลื้ยวไปออกซอยที่กรูไม่รู้จักอ่ะ สรุปก็คือ ไปผิดทางซะงั้น แล้วยังเจอถนนที่กำลังซ่อมอยู่ มันซ่อมแมร่งทั้งสายอ่ะ เลี้ยวไม่พ้นท่อด้วย ครูดไปกะท้องรถอย่างเห็นได้ชัด...แง๊...แม่หนูขอโต๊ด เป็นทางออฟโรดกลางกรุงมากมายอ่ะ...ฮือ พี่เจี๊ยบ...หนูขอโต๊ด ที่พามาพจญวิบากกรรม ซะงั้น แทนที่จะใกล้ ก็กลายเป็นว่าไกลโคตร เลยต้องหาทางพาพี่ไปส่งให้กลับบ้านให้ได้ แต่ก็โชคดีที่ถนนสายที่คิดว่าจะติด ก็ไม่ติดอย่างที่คิด แล้วก็พาพี่เจี๊ยบมาส่งแยกลาดพร้าว (อือ..ขอโต๊ดอีกทีค๊าบ) พี่กลับได้ ไม่เป็นไรๆ T^T
อ๊ะ...ถึงแยกลาดพร้าว...ว่าแล้วก็ไปหาแนนดีกว่า ที่ทำงานมันอยู่แถวนี้ จะได้รับมันกลับซะเลย...
ดอกที่สาม...กรูเลยซอยที่จะไปที่ทำงานมั๊นนนน...อ๊า...กรูเซ็ง วันนี้มันอะไรนักฟะ เอ๊า ขอถอยหลังเหอะ...เลยมาติ๊ดเดียวเอง...ว่าแล้วก็ถอย....ถอย....ถอย...ปึ๊ง...ชนฟุตบาทคับ (ล้อมันเกย ไม่มากมาย แต่แสดงให้เห็นถึงความเปิ่นของกรู)อายพี่วินหน้าปากซอยมากเลยอ่ะ...ใจไม่ค่อยดี ขอมาแวะพักที่ออฟฟิสไอ่แนนละกัน เห้อ...หรือกรูจะยังไม่พร้อมขับรถในกรุงจิงๆด้วยฟะ...
เอวังดังประการฉะนี้...ตอนนี้อยู่ที่ทำงานแนน...ยังไม่ถึงบ้านนะ...จะเจออีกกี่ดอกก็ไม่รู้...อวยให้ด้วยละกันนะจ๊า T^T 30 novembre แอบ บ่น เล็กๆ (ลึกๆ)วันนี้เงินเดือนออกแล้ว...แล้วก็รู้สึกอยากลาออกขึ้นมาทันที...
ประมาณว่าเห็นเงินเดือนแล้ว คิดทุกทีว่า...ที่กรูทำมาทังหมด มันก็แค่นี้ใช่มั๊ย...แล้วกรูจาทำไปทำไม...
แต่แล้วก็ได้แค่คิด...ไม่เคยจะลงมือทำอย่างที่คิดซักทีหรอก...
ก่อนเงินเดือนออกก็ลั่นล้า...ได้อยู่...ถึงแม้จะจนกรอบ
แต่ทำไม พอเงินเดือนออก...เรากลับรู้สึกเฟลอย่างงี้นะ
เสียใจจังเลย 24 novembre นึกอยากเขียนง่ะวันนี้อารมณ์ดี...
สอบใบขับขี่ ผ่านละ หลังจากที่ค้างคามาหนึ่งอาทิตย์ กับอารมณ์ว่า..แมร่งท่าง่ายๆทำไมไม่ผ่านฟะ (นั่นคือจอดเที่ยบฟุตบาทนั้นเองง่ะ แต่ท่ายากก็ถอยหลังเข้าซองที่ใครๆเค้าทำไม่ค่อยได้..เจือกรอบเดียวผ่าน) และแล้วนราวัลลภ์ก็ได้ใบขับขี่มาอัดแน่นอยู่ในกระเป๋าตังค์(ที่มีแต่บัตร)อีกสองใบ คือใบขับขี่รถยนต์ กับรถจักรยานยนต์ คับ (ได้มาแล้วก็เท่านั้นแหละ...ไม่มีรถขับซะหน่อย...เหอะๆ)
วันก่อน..นั่งรถเมล์ผ่านบิลบอร์ดอันนึง มีคำเขียนว่า..."99% ของคนไปเมืองนอก...เลิกกับแฟน" (ก็ไม่ตรงเป๊ะหรอก...แต่ก็ประมาณนั้นละกัน) เออ...เราก็คิดว่ามันจริงมั๊ยน๊า...คิดไปคิดมา..ก็สรุปได้ว่า..คงจริงแหละมั๊ง เราก็เคยคิดนะ...อยากไปนอกจัง...อยากไปสวิส อยากเที่ยว อยากทำงาน อยากเรียนต่อ อยากๆๆๆๆ แต่ก็..ไม่อยากเลิกกับแฟนอ่ะ...พี่เล็กเคยพูดว่า..ถ้าไบท์ไปนอก ก็คงเลิกกันมั๊ง ก็เลยคิดว่าประโยคนี้คงจะจริงเนาะ...ใครคิดว่าไงมั่ง
เออ...แต่ที่งงก็คือ..แมร่งมันโฆษณาอะไรฟะ..ไม่เข้าใจอ่ะ(ลืมดู) ..ใครเคยเห็นป้ายนี้ก็ช่วยอนุเคราะห์ บอกที่ว่าเค้าโฆษณาอะไรหรอ..เหอะๆ
แล้วก็...ตอนนี้หนาวจังเลย..อยู่ในออฟฟิสอ่ะ..หนาวมากกกกกก....เค้ากลัวว่ากราฟฟิกดีไซน์ไอเดียจะไม่เฟรชแหง๋เลย เปิดแอร์ซะเย็นหยั่งกะขั่วโลก ตอนนี้เราต้องเอาเสื้อหนาว ผ้าพันคอมาใช้ที่ทำงานแล้วนะเฟ้ย...เหอะๆ เหมือนอยู่เมืองนอกป๊ะล่ะ (เอาอีกละพูดเรื่องเมืองนอกอีกละ..สงสัยดูสเปสไอ่แอมมากไป) แล้วก็.........จะปีใหม่แล้วคับพี่น้องคับ...(บ้าป่าววะ อีกตั้งเดือนกว่า) ก็มันเห่อนี่นา...เมื่อวาน...เราก็นึกคึกอ่ะ เอาสายรุ้งและของประดับมากมาย ที่ค้นเจอจากกรุสมบัติในที่ทำงาน(งงอะดิ่ว่าทำไมที่ทำงานเรามีอะไรอย่างงี้เก็บไว้...เออเราก็ไม่รู้อ่ะ...รู้แต่เป็นของคนที่เคยทำงานที่นี้ซื้อมาไว้ประดับปีใหม่เมื่อปีที่แล้ว) มาติดซะทั่วห้อง ทั้งๆที่เพิ่ง 23 พฤศจิเอง พี่ที่ทำงานบอกว่า ไอ่ไบท์มันขี้เห่อว่ะ...เออ ยอมรับล่ะว่าเห่อ...แต่จริงๆแล้วอยากเปลี่ยนบรรยากาศมากกว่านะ...อยากให้มีอะไรใหม่ๆในชีวิต อยากให้มีอะไรแปลกตาไปมั่ง...ไม่งั้นมันก็เซ็งใช่ปะ แล้วพี่เค้าก็บอกว่า..เด๋วพอถึงเวลาเราก็จะเซ็ง ไม่ตื่นเต๊ลล แต่ว่า ฝันเห๊อ...เด๋วใกล้ๆปีใหม่มันจะกลายเป็นฟูลออพชั่นเว้ย...ตอนนี้แค่ออเดิร์ฟ แต่งน้อยๆ กาจุ๋มกาจิ๋มมม หาเรื่องสนุกๆทำในชีวิตไปงั้นแหละ เหะๆๆ (ว่างงานจัดเลยกรู) ตอนนี้กาลังนั่งดูลูกบอลที่แต่งไว้กลางห้อง มีคำว่า "สวัสดีปีใหม่" ห้อยต่องแต่งหมุนติ๊วไปมาอยู่ เวียนหัวดีแท้ (ก็อย่าไปจ้องสิฟะ)
ปีใหม่ปีนี้ หงอยๆยังไงไม่รู้เนอะ...ว่าปะ |
พื้นที่เล็กๆที่ใครๆก็ต่างเผยความในใจอย่างหมดเปลือก...แปลกจัง
|
|||||||||||||||||||||||||||||
|
|